ไม่รู้จะงงหรือจะขำดี! 5 สิ่งที่ชาวต่างชาติฉงนใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

แผ่นอธิษฐาน
แผ่นอธิษฐาน

ประเทศญี่ปุ่นในสายตาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นเป็นดินแดนที่สุดแสนมหัศจรรย์เลยทีเดียวล่ะค่ะ เนื่องจากว่าในสถานที่แต่ละที่มักมีเรื่องราวที่น่าประหลาดใจและกระตุ้นต่อมอยากรู้แฝงเอาไว้อยู่มากมาย แถมบางทีพอรู้เรื่องราวแล้วก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่อีก แล้วเจ้าเรื่องราวที่ทำให้ชาวต่างชาติฉงนสงสัย หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “งง” เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเนี่ยจะมีอะไรบ้างน้าาา ?

1. ไม่ใช่ของจริง

ปราสาทฮิเมจิ
ปราสาทฮิเมจิ

อุ๊ยตายว้ายกรี๊ดดดด! หรือจะกล่าวหากันว่าสถานที่ที่ว่ามันไม่มีอยู่จริงคะ !?

ไม่ใช่ค่ะ ที่จริงแล้วนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหลายเขาจะบอกว่า สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยเก่าก่อนนั้นล้วนแล้วมีแต่สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการบูรณะใหม่แล้วแทบทั้งนั้น ไม่ได้เป็นของเดิมตั้งแต่โบร่ำโบราณอย่างที่กล่าวอ้างกันเลย ขนาดวัดโฮริวจิที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “สิ่งก่อสร้างไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก” และวัดอะสุกะที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “วัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น” ก็ยังถูกบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่แล้วทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ปราสาทโอซาก้าอันเลื่องชื่อยังถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหลังเลยอีกต่างหาก ยังค่ะ ยังไม่พอ ปราสาทฮิเมจิเดี๋ยวนี้ก็ถูกทาสีใหม่เสียจนขาววิ้งวิบวับแสบตาไปหมดแล้ว แบบนี้เนี่ยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาชื่นชมก็ต่างพากันคิดว่า

“สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่สุดในโลกแต่ถูกสร้างใหม่เนี่ยนะ มันหมายความว่ายังไงกันแน่เนี่ย???”

2. โดนเผาเยอะไปปะ ?

เผาที่ว่านี่ไม่ใช่มีใครถูกเอาความลับน่าอายมาแฉอะไรหรอกนะคะ แต่หมายถึงสิ่งก่อสร้างที่ถูกไฟไหม้ต่างหากค่ะ !

ใช่ค่ะ มีเสียงจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวยุโรปบอกมาว่า ทั้งปราสาทเอย วัดเอย สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ ๆ ของญี่ปุ่นทั้งหลายทำไมถึงโดนไฟไหม้มาทั้งนั้นเลยล่ะ? จริง ๆ สาเหตุมันก็เป็นไปได้หลายอย่างนะคะ ทั้งจากสงครามบ้างอะไรบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะสิ่งก่อสร้างของญี่ปุ่นในสมัยก่อนล้วนแล้วแต่ถูกสร้างมาจากไม้ทั้งนั้น ชาวยุโรปที่เคยชินกับบ้านเมืองที่สร้างขึ้นมาจากหิน หรืออย่างมากก็ทำจากไม้และวัสดุอื่น ๆ (หิน ดิน อิฐ) อย่างละครึ่งเนี่ยก็คงจะแปลกใจเรื่องไฟไหม้นิดหน่อยน่ะค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยจากนักท่องเที่ยวมาเหมือนกันว่า

“ถ้ารู้ว่าสร้างด้วยไม้แล้วมันจะโดนไฟไหม้ แล้วทำไมยังจะสร้างด้วยไม้กันอยู่อีกล่ะ???”

แหม ถามอย่างนี้บ้านเรือนไทยของเรานี่สั่นนนนนเลยนะคะคุณขา…

3. ของขึ้นชื่อแต่ละท้องถิ่นที่ไม่มีอะไรพิเศษ!?

ดังโงะ
ดังโงะ

มาอีกดอกแล้วค่ะ ช่างสงสัยกันจริง ๆ นะคะคุณ

ข้อนี้นักท่องเที่ยวทั้งหลายอยากจะบอกว่าอุตส่าห์อยากกิน ดังโงะ มันจู โซบะ ฯลฯ เพราะคิดว่าจะไปหากินที่เมืองอื่นไม่ได้อีกแล้วเชียว ก็ชาวท้องถิ่นแต่ละถิ่นในญี่ปุ่นเล่นอ้างว่าเป็นของขึ้นชื่อของเมืองตัวเองเสียขนาดนั้น แต่ที่ไหนได้ของขึ้นชื่อพวกนี้ส่วนใหญ่มันก็มีขายอยู่ทั่วญี่ปุ่นนี่นา คุณหลอกดาวชัด ๆ !

คืออย่างนี้นะคะ ของขึ้นชื่อของท้องถิ่นที่มีประวัติความเป็นมาจากการที่เคยเป็นของที่ใช้ถวายแก่โชกุนในสมัยก่อนก็มีอยู่เยอะ แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคงไม่ค่อยอินกับเหตุผลนี้ อีกทั้งยังมีของขึ้นชื่อในบางท้องถิ่นที่อยู่ ๆ ก็ถูกยกให้เป็นของขึ้นชื่อแบบไม่มีเหตุผลอยู่อีกด้วยต่างหาก ที่จริงก็พอจะเข้าใจนะคะว่าประเทศไหน ๆ ก็คงจะมีอะไรแบบนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ที่ญี่ปุ่นนี่มันเยอะเกินไปหรือเปล่าเนี่ย??

4. ตัวมาสคอตที่ช่างไม่เข้ากันกับสถานที่

ตัวมาสคอตประจำแต่ละท้องถิ่นในญี่ปุ่นได้เป็นที่รู้จักไปทั่วในระดับหนึ่งแล้ว เช่น เจ้าคุมะมง มาสคอตประจำจังหวัดคุมาโมโตะที่เป็นที่รู้จักอย่างมากในประเทศไทย นอกจากนี้ในปัจจุบันก็ยังจะได้เห็นมาสคอตจากตัวละครในการ์ตูนหรือในเกมส์เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทของเจ้าพวกนี้คือการเพิ่มความนิยมให้แก่ท้องถิ่นหรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็มีนักท่องเที่ยวบางคนที่คิดว่าตัวมาสคอตเหล่านี้มันไม่ได้ทำให้ภาพวิวทิวทัศน์ของสถานที่ท่องเที่ยวดูดีขึ้นเลย มิหนำซ้ำยังทำให้ดูแย่ลงอีกต่างหาก

อูววว อันนี้ก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนไปนะคะ

5. คนญี่ปุ่นอธิษฐานกับพระเจ้าได้ละเอียดสุด ๆ !

แผ่นอธิษฐาน
แผ่นอธิษฐาน

เวลาไปเที่ยวที่วัดหรือศาลเจ้าก็จะได้เห็นคนญี่ปุ่นเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นไม้ไว้ว่า “ขอให้ปีนี้ถูกลอตเตอรี่ 1 ล้านเยนด้วยเถอะ” อะไรประมาณนี้อยู่เป็นประจำ แหม๊.. เห็นปุ๊ปก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมแกถึงอธิษฐานได้อย่างเป็นตัวเลขแม่นยำเป๊ะ ๆ ขนาดนี้นะ ลงรายละเอียดมากเกินไปไหมเนี่ย ซึ่งชาวญี่ปุ่นนี่เขาอธิษฐานได้ละเอียดถึงใจกันจนเป็นปกติในสังคมจนชาวต่างชาติเขาต้องร้องว้าวเลยทีเดียว และยิ่งอ่านแผ่นไม้ที่แขวนอยู่ตามศาลเจ้าก็จะยิ่งได้สัมผัสกับคำอธิษฐานที่ลงรายละเอียดแบบไม่มีกั๊กของคนญี่ปุ่น เอ๊ะ เหมือนจะรู้สึกว่าคนไทยก็เป็นเหมือนคนญี่ปุ่นหรือเปล่านะ??

ถ้าหากไปไล่อ่านแผ่นไม้ที่มีคนมาเขียนอธิษฐานไว้ก็จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เพราะคนญี่ปุ่นเขาจะอธิษฐานประมาณว่า

“ขอให้ได้แต่งงานกับคุณXXภายในเดือนXXXXนี้ด้วยเถิดค่ะ ลงชื่อ XX  XXXX”

“ขอให้ปีนี้ผมสอบติดคณะXXX มหาวิทยาลัยXXXX ด้วยเถอะ ลงชื่อ XX XXXX”

โดยใส่ทั้งรายละเอียดของคนที่เกี่ยวข้องและชื่อตัวเองกันเป็นเรื่องปกติแบบไม่กลัวเรื่องความปลอดภัยกันเลย แต่พอดูคำอธิษฐานที่เขียนด้วยภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นแล้วจะพบว่ามีคำอธิษฐาน เช่น

“ขอให้ครอบครัวของฉันมีสุขภาพแข็งแรง”

“ขอให้ชีวิตมีความสุขตลอดไป”

ซึ่งเป็นคำอธิษฐานที่ไม่ฮาร์ดคอร์เท่าคนญี่ปุ่นเลยสักนิด แถมไม่ค่อยลงชื่อ-สกุลกันแบบละเอียดถี่ยิบจนไปตามสืบกันได้ว่าใครเป็นคนเขียนอีกด้วย แหม ถ้าลองมองดูอีกมุมแล้ว แบบนี้พระเจ้าจะให้พรถูกคนไหมล่ะเนี่ยยยย

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องประหลาดใจส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสมาเยือนญี่ปุ่น ถ้าลองไปถามจากมุมมองของนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เพิ่มอีกก็อาจจะมีอะไรที่น่าฉงนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นมากกว่า 5 ข้อนี้ก็ได้นะคะ หากเพื่อน ๆ อ่านจบแล้วมีเรื่องราวแปลก ๆ น่าฉงนใจเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาอีก ก็อย่าลืมเอามาแชร์กันนะคะ

ที่มา : tabizine , shutterstock

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ