,

เชื่อหรือไม่? เนื้อเพลง J-POP ยุค 90 มีพลังบางอย่างซ่อนอยู่!

สำหรับเด็กๆยุค90 (ไม่เด็กละสิ^^”) ที่เป็นนักฟังเพลงทั้งหลาย คงจะมีหลายคนที่รู้สึกเหมือนกันว่าเพลงยุคเราเนี่ยทั้งเนื้อหาและดนตรีมันคือดีย์! ทั้งความลึกซึ้งของเนื้อเพลงไปจนถึงความรู้สึกที่มันยังคงติดตรึงใจ ถ้าคิดถึงเมื่อใดก็อยากหามาฟังกันให้หายคิดถึง..

สำหรับเพลงญี่ปุ่นหรือที่เราเรียกกันว่า J-POP ในยุค 90 ก็เช่นกันค่ะ ด้วยความที่อยากจะเรียกคนวัยเดียวกันที่ทัน J-POP สมัยนั้น หรือคนต่างวัยที่สนใจและอยากรู้จักเพลงญี่ปุ่นในยุคก่อน (ที่ไม่เก่าเป็นตำนานขนาดเพลง “ซุบารุ” หรือ “สุกี้ยากี้” อย่างงี้อ่านะ。(*^▽^*)ゞ) เข้ามาลองชมความลึกซึ้งจนชวนงงปนความแปลกประหลาดของเนื้อเพลงญี่ปุ่นในยุค 90 ทั้งหมด 6 เพลงค่ะ

1.SIAM SHADE – 1/3no junjou na kanjou (1998)

“แม้จะรักมากขนาดไหน ความรู้สึกเพียงเสี้ยวก็มิอาจส่งถึง”

สำหรับเพลงแรกก็จะมีเนื้อหาเพลงที่ต้องการสื่อถึงความรักที่แม้จะรักแต่ก็ไม่อาจส่งผ่านความรู้สึกไปได้แม้แต่ 1/3 ของควมรู้สึก ซึ่งคำพูดยอดฮิตที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับเพลงนี้ก็คือ “yoku wakaran ga nandaka wakaru” แปลว่า “แม้จะไม่ได้เข้าใจดี ถึงอย่างไรก็เข้าใจ” ถ้าพูดถึงใจความของเนื้อเพลงในด้านความลึกซึ้งก็ต้องยกให้กับเพลงนี้เหมือนกันนะคะ เพราะสำหรับความรักแล้วการที่เรารักใครคนหนึ่งมากจนทรมานเนี่ยมันเป็นยังไงล่ะ? แล้วที่ไม่สามารถบอกได้แม้แต่เสี้ยว 1/3 เนี่ยมันคืออะไรกัน?

ด้วยการใช้ถ้อยคำที่เหนือความคาดหมายของใครหลายคน เหมือนสร้างพลังอำนาจบางอย่างในบทเพลงนั้นแล้วคุณผู้อ่านล่ะคะ? เคยรักใครมากๆแต่บอกเขาไม่ได้บ้างคะ แม้เพียงเศษเสี้ยว 1/3 ของความรู้สึกยังส่งให้เขารับรู้ไม่ได้เลยบ้างไหม?? (อยากจะถามว่า 1/3 นี่วัดกันอย่างไรล่ะเนี่ย!?)

วิดีโอนี้เป็นการแสดงสดของปี 2011 ค่ะ นับว่าเป็นการแสดงสดที่สุดยอดเลยล่ะค่ะ ลองชมกันนะคะ

มีแฟนการ์ตูนซามูไรพเนจรอยู่แถวนี้บ้างไหมคะ? เพราะว่าเพลงนี้เคยเป็นเพลงประกอบให้กับการ์ตูนชื่อ “Rurouni Kenshin” หรือ ซามูไรพเนจร ด้วยล่ะค่ะ ลิ้งทางด้านล่างเป็นเนื้อเพลงที่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอยู่ด้วยนะคะ หากต้องการทราบรายละเอียดเนื้อหาของบทเพลงนี้ก็จิ้มได้เลยค่ะ
http://www.animelyrics.com/anime/kenshin/rk1third.htm

2.Takashi Sorimachi – POISON iitaikoto mo ienai konna yo no naka wa (1998)

“บนโลกนี้ที่ไม่สามารถพูดได้แม้ในสิ่งที่อยากพูด”

มาถึงเพลงที่สองกันแล้ว ขึ้นว่า POISON ขนาดนี้ก็คือยาพิษ ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึงโลกที่เป็นพิษ (!?) ที่เราไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้แม้ว่าเราจะอยากพูดมันออกไปก็ตาม ซึ่งความมหัศจรรย์ของเพลงนี้ก็อยู่ที่คีย์เวิร์ดคำว่า “ยาพิษ” นี่ล่ะค่ะ และแม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้ว.. ก็ยังคงไม่เข้าใจความหมายอยู่ดี..(_-)”

คุณทาคาชิเองก็ได้ลองใช้คำต่างๆ ทั้ง “Shit!”, “Fuckin!” และตามมาด้วยคำว่า “Poison!” หรือว่าคำนี้จะมาก่อนกันล่ะ? อย่างไรก็แล้วแต่ คุณทาคาชิก็ได้ร้องคำภาษาอังกฤษคำนี้ออกมาได้ชัดเจนมาก ฟังแล้วก็รู้สึกชอบใจตรงคำที่ชวนติดหูคำนี้นี่ล่ะน้า

และยังมีเพลงของคุณทาคาชิอีกเพลงหนึ่งที่ออกแนวแฟนตาซี มีชื่อว่า “Royal Milk Tea” อยู่ด้วย (o.o)!? ซึ่งเป็นเพลงแปลกๆ พูดถึงคนแปลกๆ (?) ยิ่งไปกว่านั้นเนื้อเพลงก็เรียบๆฟังแล้วแปลกมาก แต่รวมๆแล้วมันก็เข้ากันดีทีเดียวล่ะค่ะ เช่น ประโยคว่า เธอชอบ Royal Milk Tea สำหรับฉันที่ไม่มีความสนใจในเรื่องใดเลย ก็เริ่มชอบแล้วล่ะ (งงมั้ยล่ะ??)

เนื้อเพลงภาษาอังกฤษสำหรับคนที่อยากเข้าใจความหมายของเพลงมากยิ่งขึ้นนะคะ
http://www.metrolyrics.com/poison-english-version-lyrics-takashi-sorimachi.html

3.Mr.Children – Na mo naki uta (1996)

เพลงนี้พูดถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไปของความรักที่แสนเจ็บปวด ซีดีนี้ขายได้ถึง 2,300,000 แผ่น ซึ่งเพลง Na mo naki uta นี้เมื่อก่อนดังมากเลยนะคะ ถือว่าเป็นเพลงที่มีเสน่ห์ดึงดูดมากๆอีกเพลงหนึ่งเลยทีเดียว หากใครที่รู้จักได้กลับมาฟังอีกครั้งต้องรู้สึกตื่นเต้นแน่ๆ และหากใครไม่เคยฟังขอแนะนำให้ลองฟังสักครั้งแล้วเพลงอาจจะวนอยู่ในหัวจนต้องกลับมาเปิดฟังใหม่ก็เป็นได้ :’D และพอเป็นเพลงที่ติดหูง่ายแต่ก็ยากที่จะร้องตามด้วยนะ หากใครชอบลองฝึกร้องกันเลยนะคะ ข้างล่างนี่แปะลิ้งเนื้อเพลงเอาไว้ให้แล้ว (^o^)
https://ijahlovesmrchildren.wordpress.com/2008/08/05/mr-children-namo-naki-uta/

4.Dragon Ash – Grateful Days (1999)

มาถึงเพลงแปลกกันอีกเพลงนะคะ เพลงนี้ไม่มีสำนวน ไม่มีวลี แถมมีการเสียดสีล้อเลียนอีกต่างหาก และยังมีส่วนของเนื้อร้องที่ Featuring โดย Zeebra อีกด้วย แทนที่จะใช้ถ้อยคำสละสลวยแบบเพลงทั่วไป กลับสร้างบรรยากาศและให้ความรู้สึกติดใจอย่างบอกไม่ถูก และนี่คงเป็นเหตุผลี่เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตแน่ๆ ไม่ว่ายังไงก็เลิกสนใจเพลงนี้ไม่ได้จริงๆ

แล้วก็เช่นเคยค่ะได้แปะลิ้งเนื้อเพลงเอาไว้ให้ทุกท่านทางด้านล่างแล้วนะคะ ^^
https://genius.com/Dragon-ash-grateful-days-lyrics

5.T.M.Revolution – HOT LIMIT (1998)

“Daisuke says it’s ALL OKAY!”

ใครงงกับบรรทัดบนแล้วอีตาไดสุเกะนี่เป็นใครเกี่ยวอะไรกับเพลง..? เกี่ยวค่ะเพราะประโยคข้างต้นอยู่ในเนื้อเพลงจริงๆ! แต่ภายใต้ความงงนี้ก็ถูกกลบเกลื่อนไปได้ง่ายจากพลังเสียงร้องสุดทรงพลังของคุณทากะโนริ นิชิกาวะ ถึงจะเป็นคำในประโยคข้างต้น ด้วยคำว่า “ALL OKAY!” แต่ก็ยังไม่รู้สึกแปลกแถมยังต้องชมเสียด้วยซ้ำไป และเพลงนี้ก็มีจุดสนใจตรงคุณไดสุเกะนี่เลยค่ะ ถ้าไม่มีคุณไดสุเกะคนนี้ออกมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเลยล่ะ กลายเป็นเพลงฮิตติดหูเพราะท่อนแปลกชวนงงงวยนี่เลยค่ะ

ทางด้านนี้มีเนื้อเพลงภาษาอังกฤษค่ะ คลิกเลย http://lyrics.wikia.com/wiki/T.M.Revolution:Hot_Limit

6.Kenji Ozawa – Konya wa Boogie Back (1994)

แค่ปัญหา Juicy fruit เล็กน้อย (!?) หิวน้ำผลไม้ขึ้นมาทันใด (ไม่ใช่และ) ในเพลงนี้จะเป็นแนวแร็พที่มีเนื้อหาน่ารักที่เปรียบผู้หญิงกับปัญหาเล็กๆน้อยๆเหมือนน้ำผลไม้ (หรอ??) ถ้าคุณผู้ชายไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งแล้วจะเปรียบเทียบเธอคนนั้นแบบนี้ไหมคะ? แต่ก็คือการเปรียบเปรยเป็น ”คำพูดสั้นๆนะ” ซึ่งมีจังหวะที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ซึ่งจนถึงตอนนี้เพลงนี้ก็ยังคงเป็นเพลงฮิตที่ยังคงถูกพูดถึงมากเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นประโยคติดหูก็คงเป็นท่อนที่ว่า  “Hitokoto de iebane (ถ้าจะพูดสั้นๆนะ)” นี่ล่ะค่ะ

แต่ในทางตรงกันข้าม คุณโอซะวะได้บรรยายถึงผู้หญิงตามเนื้อเพลงเอาไว้ตั้ง 10 หน้ากระดาษแหน่ะ (O=O” )!? ซึ่งเขาก็อยากให้ทุกคนได้นำคำพูดในเนื้อเพลงไปใช้ในชีวิตประจำวันกันด้วย (ยังจะมีผู้ชายแบบคุณโอซะวะอีกเหรอเนี่ย?)

เนื้อเพลงเชิญด้านนี้เลยค่ะ http://yarukizero.livejournal.com/97825.html

ครบถ้วนกระบวนความกับการแนะนำเพลงดังยุค 90 ของญี่ปุ่นที่ต่างก็มีมนต์เสน่ห์ในเนื้อเพลงแตกต่างกันออกไป ถือว่าแต่ละเพลงล้วนมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆด้วยล่ะค่ะ แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็เป็นความสุขเล็กๆที่ได้แบ่งปันให้ทุกคนได้ลองฟังเพลงเก่าหรือเป็นเพลงใหม่ในยุคเก่าของใครหลายคนดูค่ะ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ค่อยเข้าใจในเนื้อหาเพลงแบบแจ่มแจ้งก็เถอะ (^^”)7

ที่มา : basement-times

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Written by tisttai

tisttai

ขอขอบคุณที่อ่านบทความจนถึงตรงนี้นะคะ นามปากกานี้ได้มาจากนิสัยส่วนตัวแล้วก็ชื่อเล่นผสมกันค่ะ เป็นคนชอบศิลปะ รักสัตว์ และหลงใหลเกี่ยวกับญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก จึงอยากใช้ความหลงใหลให้กลายเป็นประโยชน์กับผู้ทีมีความสนใจในประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน ยังไงก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^

Comments

Leave a Reply

Loading…

Comments

comments