แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

เครื่องดนตรีญี่ปุ่นโบราณ 4 ชนิด เอกลักษณ์ของชาติที่ไม่เคยจางหาย

ญี่ปุ่นถือเป็นชาติหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ทางเสียงดนตรีเป็นที่รู้จักคุ้นหูไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสมัยเอโดะ (โตเกียว) ที่ศิลปะวิทยากรได้พัฒนามาถึงขั้นสูงสุดสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยเฮอัน (เกียวโต) ดนตรี ศิลปะ และการแสดงเป็นสิ่งที่ไม่เคยขาดไปจากสังคมญี่ปุ่น ชาติซึ่งรุ่มรวยด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ชม ได้ฟังเป็นต้องหลงเคลิ้ม เพลิดเพลินตกเข้าไปอยู่ในภวังค์อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

แม้ว่าเครื่องดนตรีญี่ปุ่นจะมีอยู่มากมายหลายชนิด ได้รับอิทธิพลจากจีน จนพัฒนาเป็นเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พอจะพูดถึงได้อยู่ 4 ชนิด ทรงคุณค่า ฟังไพเราะ และสะท้อนเอกลักษณ์ดนตรีญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก ไปดูและฟังกันเลยดีกว่าครับ!!

โกะโตะ「箏」

เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายซึ่งรับมาจากจีนในช่วงศตวรรษที่ 7-8 และดัดแปลงเป็นโกะโตะในแบบญี่ปุ่นในสมัยนาราโดยทั่วไปมี 13 สาย ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครื่องดนตรีในชาติอื่น ๆ มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น zheng ในประเทศจีน yatga ในประเทศมองโกเลีย และ gayaguem ในเกาหลี โกะโตะมีความยาวประมาณ 180 เซนติเมตร ทำจากไม้ kiri วิธีดีดจะใช้เพียง 3 นิ้ว คือ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง

ชะกุฮะจิ「尺八」

ขลุ่ยซึ่งเป่าในแนวตั้ง เป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่น ทำจากไม้ไผ่ ด้านหน้าเจาะรู 4 รู และด้านหลังเจาะรู 1 รู มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอียิปต์ ผ่านอินเดีย จีน และเข้ามายังประเทศญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 6 จนกระทั่งศตวรรษที่ 13 จึงเริ่มได้รับความนิยม จนมาถึงสมัยเอโดะขลุ่ยไม้ไผ่นี้จึงได้พัฒนาจนถึงจุดสูงสุด

ชะกุฮะจิกลายเป็นเครื่องดนตรีประจำตัวของนักจาริกแสวงบุญที่เรียกกันว่า “โคะมุโซ”「虚無僧」เป็นพระในนิกายย่อยชื่อว่า ฟุเกะ ในสายพุทธเซน พวกเขาจะครอบตระกร้าใบใหญ่ไว้บนศรีษะ บ่งบอกถึงการปลีกตัวออกจากโลก ไม่พกดาบ แต่อาจดัดแปลงขลุ่ยไม้อันแข็งแรงนี้เป็นอาวุธคู่กายเมื่อยามจำเป็นได้เช่นกัน

ชะมิเซน「三味線」

พิณ 3 สายที่ได้รับอิทธิพลจากจีนผ่านมาจากเกาะริวกิว (โอกินาวา) ตั้งแต่สมัยเอโดะจนกระทั่งพัฒนามาเป็นเครื่องสายชะมิเซนของญี่ปุ่นอันโดดเด่น ในบรรดาเครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่นทั้งหมด ชะมิเซน จัดได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เครื่องสายชนิดนี้เป็นเสียงพื้นฐานประกอบการแสดงโบราณแทบจะทุกรูปแบบ เนื่องจากมันสามารถสร้างเสียงดนตรีในระดับที่แตกต่างกันได้อย่างหลากหลาย

ลักษณะโครงสร้างพื้นฐานของชะมิเซนประกอบด้วย ซะโอะ ส่วนที่มีการขึงสาย มักจะทำขึ้นจากไม้จันทร์แดง หรือไม้จำพวกประดู่ บริเวณปลายของซะโอะจะมีลูกบิดสำหรับขึ้นสายทั้งหมด 3 เส้น โดยสามารถปรับระดับเสียงได้ด้วยการขันหรือคลายลูกบิดนี้ ส่วนโครงสร้างส่วนล่างที่เรียกว่า โด ทำจากไม้เนื้อแข็ง ประกอบกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมแล้วขึงด้วยหนังสัตว์ การเล่นจะใช้แผ่นไม้ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมยาว ๆ ที่เรียกว่า บะฉิ ในการดีด

กลองสึซึมิ「鼓」

เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตี ตัวกลองทำจากไม้ หน้ากลองทั้ง 2 ด้านขึงด้วยแผ่นหนังใช้ตีให้เกิดเสียงทุ่มแบบหยาบ ๆ ประกอบจังหวะให้กับเครื่องดนตรีประเภทอื่นโดยเฉพาะชะมิเซน กลองสึซึมิ มี 2 ประเภท ได้แก่ กลองโอสึซึมิ และ กลองโคสึซึมิ

อย่างที่ผมได้บอกเพื่อน ๆ ไปแล้วว่า ดนตรี ศิลปะ และการแสดงเป็นสิ่งที่ไม่เคยขาดไปจากสังคมญี่ปุ่น ดนตรีและการแสดงเป็นกิจกรรมซึ่งคู่กัน บ่งบอกถึงชนชั้นของผู้เสพย์ โดยมีนักแสดง และนักดนตรี ผู้ถ่ายทอดที่มากความสามารถ ถูกฝึกฝนตั้งแต่เล็กจนชำนาญ ถือเป็นบุคลากรอันทรงคุณค่าที่รักษาสืบต่อไว้ด้วยวัฒนธรรมของชาติ เช่น นักแสดงคาบุกิ ละครโน เกอิชา เป็นต้น

ส่วนศิลปะมักจะใช้เป็นเครื่องมือในการสะท้อนสังคม ใช้ภาพวาดและภาพแกะสลักไม้ในการเรียกร้อง เคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดมาในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ดนตรีญี่ปุ่นโบราณมักผูกโยงอยู่กับศาสนา ในทางหนึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างความบันเทิง และในอีกทางหนึ่งก็ใช้ในการสร้างความสงบให้แก่จิตวิญญาณได้อีกด้วย

「尊皇攘夷」ศิลปะเคลื่อนไหวทางการเมือง ชูคำขวัญ “ซนโนโจอิ” แปลได้ว่า เชิดชูจักรพรรดิ ขับไล่คนเถื่อน ในช่วงปลายสมัยเอโดะ ที่มีการฟื้นฟูอำนาจของราชวงศ์และจักรพรรดิขึ้นอีกครั้ง ภายหลักจากการปกครองอันเข้มแข็งของโชกุนตระกูลโตกุงะวะกว่า 265 ปี

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

ความคิดเห็น
Loading...