เคยเห็นกันหรือเปล่า ธนบัตรญี่ปุ่นใบละ 2,000 เยน!

สำหรับใครที่เคยไปญี่ปุ่น คงคุ้นเคยกันดีกับธนบัตรราคาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 1,000 5,000 และ 10,000 เยน แต่รู้หรือไม่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นยังมีธนบัตรใบละ 2,000 เยนอีกด้วยนะ ขอบอกเลยว่าพบได้ยากสุดๆ แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็มีน้อยคนนักที่เคยพบเห็นและได้ครอบครอง

ธนบัตรใบละ 2,000 เยนนี้เริ่มมีออกมาให้ใช้กันครั้งแรกในปี คศ. 2000 (ปีเฮเซที่ 12) และเป็นที่ต้องการจนหายไปจากท้องตลาดอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ที่ได้ครอบครองส่วนใหญ่ก็จะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ไม่ค่อยเอาออกมาใช้กัน

ใครที่ไม่เคยเห็น หรือรู้จักธนบัตรรุ่นพิเศษนี้ ก็มาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลย สำหรับธนบัตรใบละ 2,000 เยนนี้ถูกผลิตขึ้นในปี คศ. 2000 ซึ่งตรงกับสมัยของนายกรัฐมนตรี เคโซ โอบุจิ เป็นธนบัตรที่ระลึกในการประชุม G8 Summit ครั้งที่ 26**  มีความแตกต่างจากธนบัตรมูลค่าอื่นๆ เพราะลายบนธนบัตรไม่ได้เป็นรูปบุคคลสำคัญอย่างที่เคยมีมา แต่เป็นการพิมพ์ลายสถานที่ ดอกไม้ และนิทานพื้นบ้าน รวมอยู่ในธนบัตรใบเดียว

(**การประชุม G8 Summit ในปี 2000 จัดตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ที่โอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นการประชุมสุดยอดของผู้นำประเทศในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว)

นายกรัฐมนตรี เคโซ โอบุจิ

ด้านหน้าของธนบัตร จะมีภาพวาดประตู “ชูเรมง  (守礼門)” อยู่ที่จังหวัดโอกินาว่า โดยสาเหตุที่ประตูแห่งนี้ได้รับเลือกมาปรากฏให้อยู่บนธนบัตรรุ่นพิเศษ ต้องเล่าย้อนไปในปี คศ. 1853 ประเทศญี่ปุ่นเริ่มมีการเปิดประเทศโดยรัฐบาลโชกุน ได้มีเรือมาเทียบท่าที่เมือง Uraga หนึ่งในกลุ่มคนที่ยกพลมาเทียบท่านั้นก็คือ Matthew Calbraith Perry พลทหารชาวอเมริกัน โดยก่อนที่เพอร์รี่จะยกพลมาถึงที่อุรากะ ได้มีการยกพลขึ้นฝั่งที่เกาะริวกิว (โอกินาว่าในปัจจุบัน) มาก่อนเพื่อทำการสำรวจที่ดิน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำการยึดครองโอกินาว่านั่นเอง ในสมัยนั้นอเมริกาเชื่อว่า โอกินาว่าเป็นจุดศูนย์กลางของทวีปเอเชีย ไม่เพียงแค่นั้นอเมริกายังเล็งเห็นแล้วว่าโอกินาว่าสามารถเป็นฐานที่มั่นของกองทัพฝั่งเอเชียได้เป็นอย่างดี ในที่สุด ครั้งหนึ่งในอดีต อเมริกาก็สามารถยึดครองโอกินาว่าไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง

ชูเรมง  (守礼門)
Matthew Calbraith Perry

หลังจากสงครามเวียดนาม โอกินาว่าได้กลายเป็นฐานทัพของอเมริกาอย่างเต็มตัว และถูกเครื่องบินทิ้งระเบิด เสียหายมากมาย ต่อมาในยุคสงครามเย็น โอกินาว่าก็ยังคงเป็นฐานทัพของอเมริกาอยู่ต่อไป ปัจจุบันเป็นเวลากว่าร้อยปีแล้วที่โอกินาว่าได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง

การที่ประตู “ชูเรมง” ที่อยู่ที่โอกินาว่า ได้ถูกเลือกมาอยู่บนธนบัตรใบพิเศษนี้ ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าโอกินาว่าครั้งหนึ่งเคยอยู่ใต้อำนาจของอเมริกา เป็นเครื่องเตือนใจจากสงครามในครั้งนั้นนั่นเอง

ดอก “Shion” สีม่วง

นอกจากประตู “ชูเรมง” แล้วส่วนถัดมาตรงกลางของธนบัตร ยังมีรูปดอก “ชิอง” สีม่วงสวยงามประดับอยู่ ความหมายของดอก ชิอง (Zion) นั้นแทนสัญลักษณ์ของเยรูซาเลม นครแห่งความรักและสันติสุข

การดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคเฮอัน

Nichiyudousoron” สื่อความหมายถึงศูนย์กลางในยุคเฮอัน ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคัมมุ มีเมืองหลวงที่ชื่อ เฮอันเคียว (หรือเยรูซาเลม) ซึ่งต่อมาก็คือจังหวัดเกียวโตในปัจจุบัน

กลับมาที่อีกด้านของธนบัตร มุมซ้ายบน มีภาพวาดบุคคลสองคนจากนิทานของมุราซากิ ชิคิบุ นั่นก็คือเรื่อง “เกนจิโมโนกาตาริ” อีกทั้งยังมีบทกลอนส่วนหนึ่ง รวมถึงรูปวาดของมุราซากิ ชิคิบุ เจ้าของผลงานนิทานเรื่องนี้ทางด้านมุมขวาล่างอีกด้วย ซึ่งถ้าเราลองสังเกตดี ๆ จะพบว่า บุคคลทั้งสามจะถูกเส้นตัดผ่านตัวทั้งหมด (วงสีแดง) เหตุผลก็คือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงว่า ครั้งนึงชาวญี่ปุ่นเคยถูกปกครองโดยชนชาติอื่น แสดงให้เห็นว่า คนญี่ปุ่นในยุคเฮอันเคียวนั้น ไม่ได้เป็นชาวญี่ปุ่นได้อย่างเต็มตัวนั่นเอง

นอกจากนี้ ทางฝั่งซ้าย มีสัญลักษณ์ Freemasonry หรือ องค์กรฟรีเมสัน (องค์กรภารดรภาพ) โดยทำเป็นลวดลายที่ไม่ได้เด่นชัดมากนัก (วงสีม่วง) เรียกได้ว่าเป็นธนบัตรที่แฝงสัญลักษณ์แทนความหมาย ความรู้สึกไว้มากมาย

ธนบัตรใบละ 2,000 เยนนี้ ได้ตีพิมพ์ออกมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ปัจจุบันสามารถนำมาชำระหนี้ได้อย่างถูกกฎหมายเหมือนธนบัตรมูลค่าอื่นๆทั่วไป เป็นธนบัตรที่สวยงาม แฝงความหมายที่ย้ำเตือนถึงสันติสุขและสันติภาพ คงจะมีน้อยคนนักที่มีโอกาสได้พบเห็น หรือมีธนบัตรมูลค่านี้ไว้ในครองครอง ถ้าใครโชคดีได้รับมา ก็เก็บรักษาไว้ให้ดีเลย เพราะมันประเมินคุณค่าไม่ได้จริงๆ

ที่มา Seikainoura

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ