แองเกิ้ล
ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่ เรื่องราวแปลกใหม่และน่าสนใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

ทำไมฮิกันบานะถึงเป็นดอกไม้ที่น่ากลัวสำหรับคนญี่ปุ่น?

เพื่อนๆ เคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้กันไหมคะ? หลายคนที่ชอบดูอนิเมะหรือซีรี่ย์ญี่ปุ่นแนวแฟนตาซีอาจจะคุ้นๆ กับดอกไม้ชนิดนี้ไม่มากก็น้อยค่ะ โดยเฉพาะหากเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความตายหรือโลกหน้า จึงเป็นที่น่าสงสัยค่ะว่าทั้งที่ดอกไม้ชนิดนี้ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร แต่ทำไมคนญี่ปุ่นจึงโยงดอกไม้ชนิดนี้เข้ากับเรื่องน่ากลัวอย่างความตายด้วยล่ะ? วันนี้ anngle จึงถือโอกาสพาเพื่อนๆ ไปรู้จักดอก “ฮิกันบานะ (彼岸花) ” กันค่ะ

ชื่อ “ฮิกันบานะ” มีที่มาจากไหน?

Untitled-2

ชื่อ “ฮิกันบานะ” ที่เรารู้จักกันทั่วไปมีที่มาจากการที่ดอกฮิกันบานะมักจะบานในช่วงวันวสันตวิษุวัตในฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกวันวสันตวิษุวัตว่า “ฮิกัน (彼岸) ” ค่ะ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ฮิกันบานะ” ซึ่งหมายถึงดอกไม้ที่บานในช่วงวันวสันตวิษุวัตค่ะ

นอกจากชื่อ “ฮิกันบานะ” แล้ว ดอกฮิกันบานะยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “มันจูชาเงะ (曼珠沙華) ” ค่ะ โดยชื่อนี้มีที่มาจากรากศัพท์ภาษาสันสกฤตค่ะ โดยดอกมันจูชาเงะถือเป็นดอกไม้แห่งสวรรค์ (天上の花) ตามคัมภีร์ศาสนาพุทธค่ะ ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อกำลังจะมีเรื่องน่ายินดีหรือเรื่องมงคลเกิดขึ้น ก็จะมีดอกไม้สีแดงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองค่ะ

อย่างไรก็ตาม ดอกฮิกันบานะยังมีชื่ออื่นที่น่ากลัวอยู่ค่ะ เช่น “ชิบิโตะบานะ (死人花) ” ที่แปลว่า “ดอกไม้คนตาย” และ “จิโกคุบานะ (地獄花) ” ที่แปลว่า “ดอกไม้นรก” เป็นต้นค่ะ นอกจากนี้ยังมีชื่ออื่นเช่น “คิทสึเนะบานะ (狐花) ” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้จิ้งจอก” “สุเตโกะบานะ (捨て子花) ” ที่แปลว่า “ดอกไม้เด็กกำพร้า” “ยูเรบานะ (幽霊花)” ที่แปลว่า “ดอกไม้วิญญาณ” และ “คามิโซริบานะ (剃刀花) ” ซึ่งแปลว่า “ดอกใบมีดโกน” ค่ะ (ดูๆ แล้ว เหมือนชื่อที่น่ากลัวจะเยอะกว่าชื่อที่ความหมายดีนะคะ)

 

ทำไมดอกฮิกันบานะจึงถูกเชื่อมโยงเข้ากับความตาย?

jigokushoujo-3

คำตอบหนึ่งอยู่ในส่วนประกอบของดอกฮิกันบานะค่ะ เนื่องจากดอกฮิกันบานะมีหัวซึ่งอุดมไปด้วยแป้ง ทำให้คนญี่ปุ่นสมัยก่อนนิยมขุดมาทำอาหารกินกันในช่วงขาดแคลนค่ะ โดยจะนำหัวมาล้างให้สะอาดเพื่อให้พิษที่อยู่ในหัวละลายไปกับน้ำค่ะ อย่างไรก็ตาม หากล้างไม่สะอาดก็จะมีพิษหลงเหลืออยู่และทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ ถึงอย่างนั้นอาการจากการถูกพิษของฮิกันบานะก็มีทั้งแบบไม่หนักมากเช่น ท้องเสียและอาเจียน เป็นต้น แต่หากอาการหนักก็อาจถึงเส้นประสาทเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้ค่ะ

นอกจากนี้ ในอดีตคนญี่ปุ่นเคยใช้วิธีการปลูกฮิกันบานะไว้รอบๆ หลุมศพเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตุ่นหรือสัตว์กินเนื้อต่างๆ เข้ามาทำลายหลุมศพอีกด้วยค่ะ ทำให้ดอกฮิกันบานะเป็นดอกไม้ที่อยู่คู่กับหลุมศพนั่นเองค่ะ

higanIN

ดอกฮิกันบานะแต่ละสีมีความหมายว่าอย่างไร?

นอกจากดอกฮิกันบานะสีแดงที่เราคุ้นเคยแล้ว ดอกฮิกันบานะยังมีสีเหลืองและสีขาวอีกด้วยค่ะ ซึ่งแต่ละสีจะมีความหมายต่างกันออกไปดังนี้ค่ะ

สีแดง: ความคลั่งไคล้/ อิสรภาพ/ การกลับมาพบกันใหม่/ มีเพียงคุณเท่านั้นที่ฉันคิดถึง

thumb5 (1)

 

สีขาว: ที่ฉันปรารถนานั้นมีเพียงคุณคนเดียว/ ฉันเฝ้ารอวันที่เราจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

b0123359_19263794

 

สีเหลือง: การคิดถึงความหลัง/ น้ำใจที่ลึกซึ้ง

thumb5

แม้ว่าโดยทั่วไปเราจะรู้จักดอกฮิกันบานะในฐานะดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับความตาย แต่ใช่ว่าดอกฮิกันบานะจะมีแต่ความหมายที่น่ากลัวเสมอไปค่ะ นอกจากนี้ ดอกฮิกันบานะยังถือเป็นดอกไม้สวยงามชนิดหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้ในฤดูใบไม้ร่วงค่ะ

img_2

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก ryuuseinogotoku-trendganrefexblogblogs.c.yimgpnutsti-da ค่ะ

ชอบบทความนี้กดไลค์ให้กำลังใจนักเขียนที่นี่ค่ะ

Get real time updates directly on you device, subscribe now.

Leave a Reply

% s ความคิดเห็น
  1. Thanadol Jit กล่าวว่า

    มีข้อสงสัย ดอกฮิกันบานะ ใช้ในพิธีงานศพ เหมือนกับดอกไม้จันทน์รึเปล่าครับ

  2. kinyoubi กล่าวว่า

    สวัสดีค่ะ ขอตอบคำถามเรื่องฮิกันบานะนะคะ จากที่ไปหาข้อมูลมาโดยส่วนมากคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะนับถือพุทธหรือคริสต์ จะใช้ดอกไม้สีขาวอย่างดอกเบญจมาศสีขาวหรือดอกลิลลี่สีขาวในงานศพกันค่ะ ส่วนดอกฮิกันบานะจะเป็นดอกไม้ที่มักขึ้นตามสุสานเท่านั้นค่ะ ^^

  3. […] ฮิกัง (ヒガン) – มาจากดอกฮิกันบานะค่ะ […]

  4. […] ฮิกัง (ヒガン) – มาจากดอกฮิกันบานะค่ะ […]