• ,

    Trending

    แม่ใครเป็นแบบนี้บ้าง? มาดู 8 เรื่องน่ารัก ๆ แอบแซวมนุษย์แม่ด้วยภาพการ์ตูนญี่ปุ่น !

    มนุษย์แม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักที่สุดในโลกสำหรับลูก ๆ ทุกคนเลยจริงไหมคะ ถึงบางครั้งแม่จะดุหรือขี้บ่นไปบ้าง แต่มักจะมีมุมน่ารัก ๆ ให้ลูกเห็นเสมอ ลองมาดูกันดีกว่าว่าการ์ตูนแซวแม่ของชาวญี่ปุ่นนี้จะตรงกับแม่ชาวไทยของเรากี่ข้อ!

    1. โดนแม่บงการนั่นนี่เวลากินข้าว

    japanese-mom-1

    เวลากินข้าวด้วยกัน แม่จะคอยบงการตลอด อย่างเช่น “อันนี้ให้กินตอนยังร้อน ๆ นะ” “ผักน่ะ กินเข้าไปเยอะ ๆ” แหมมม.. แม่ล่ะก็.. ทำเหมือนเราเป็นเด็ก ๆ ไปได้เนอะ

    2. โดนกำหนดปริมาณสารอาหารที่ต้องได้รับ

    japanese-mom-2

    มนุษย์แม่สุดที่รักจะคอยเป็นห่วงอยู่เสมอ กลัวว่าลูกจะกินไม่อิ่มหรือได้รับสารอาหารไม่พอ จึงต้องคอยตักเพิ่มให้กินเข้าไปเยอะ ๆ กลัวลูกจะผอมแห้ง ร่างกายไม่แข็งแรง ทั้ง ๆ ที่อิ่มจะตายอยู่แล้ว

    3. โดนกำหนดเวลาอาบน้ำ

    japanese-mom-3

    เวลานั่งเล่นเกมอยู่ หรือดูทีวีเพลิน ๆ ยิ่งถ้าเป็นละครไทยด้วยแล้ว พอถึงฉากพีค ๆ อย่างเช่น นางเอกนางร้ายกำลังจะตบกัน ก็จะมีเสียงแม่ลอยมาแต่ไกล “ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวคอยมาดู!”

    4. โดนกำหนดเวลาตื่นนอน

    japanese-mom-4

    แม้กระทั่งเวลาตื่นนอน นาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ยังไม่ดังแท้ ๆ แต่แม่ ๆ ทั้งหลายก็จะชอบเข้ามาปลุกก่อนที่นาฬิกาจะดังซะงั้น! บางทีวันหยุดเสาร์อาทิตย์อยากจะนอนตื่นสายสักหน่อย แม่ก็จะเข้ามาปลุกตั้งแต่ไก่ยังไม่ตื่น! แถมด้วยประโยคคลาสสิก “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน !!” โห.. นี่มันเพิ่งเจ็ดโมงเองนะแม่!! (T^T)

    5. ชอบเข้ามาทำความสะอาดห้องให้

    japanese-mom-5

    ข้อนี้หลายคนอาจจะชอบใจ เพราะไม่ต้องทำความสะอาดห้องเอง แต่สำหรับบางคนที่ความลับเยอะ ๆ นี่สิ วันไหนแม่แอบเข้ามาทำความสะอาดห้องให้ (โดยที่ไม่ได้ร้องขอ) ต้องมีอันได้เสียวสันหลังแว๊บ ๆ ทุกราย เพราะไม่รู้ว่าแม่จะไปเจอความลับที่ซุกซ่อนไว้บ้างไหม เช่น ไดอารี่ที่เขียนถึงคนที่แอบชอบ รูปสาว ๆ ที่แอบชอบ ของเล่นที่แอบแม่ซื้อมา หรือใบเกรดที่อุตส่าห์เอามาซุกได้ก่อนจะถึงมือแม่ เห็นมะ.. ห้องนอนบางคนนี่มันยังกับห้องแห่งความลับเลยนะ ! 555 แถมบางทีแม่ก็จัดของเป็นระเบียบเกินไปจนหาไม่เจออีก !

    6. คอยเตือนก่อนออกจากบ้านตลอด

    japanese-mom-6

    เวลาจะออกไปข้างนอกแต่ละที แม่จะคอยเตือนย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ตลอด อย่างเช่น อย่าลืมโทรศัพท์มือถือนะ ไปไหนมาไหนระมัดระวังอย่าทำกระเป๋าตังค์หายนะ ข้ามถนนดูรถให้ดีด้วยนะ ระวังคนแปลกหน้านะ ฟังแบบนี้วนไปทุกวันจ้าา

    7. “ลูกน่ะ ชอบอันนี้ใช่ไหมล่ะ?”

    japanese-mom-7

    แม่นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่รู้ใจลูกสุด ๆ ชอบกินอะไร ชอบทำอะไร แม่ก็รู้เกือบหมดเลยนั่นแหละ บางอย่างเป็นของที่ชอบกินตอนเด็ก ๆ แต่พอโตมาไม่ได้พิศวาสอะไรมาก แม่ก็จะจำได้แค่ว่าเราชอบกินอยู่อย่างนั้นแหละ

    8. “แม่จะไปนอนละนะ!”

    japanese-mom-8

    เวลาแม่จะไปนอน แม่ก็จะบอกก่อนตลอด ทำรู้ทำไมเนอะ

    มนุษย์แม่นี่ช่างน่ารักน่ากอดจริง ๆ เลย แม่ใครตรงกับข้อไหนบ้างสามารถเล่าให้เพื่อน ๆ ชาวแองเกิ้ลฟังกันได้เลยนะคะ !

    ที่มา : curazy

  • ,

    เทศกาลดอกไม้ไฟสุดยิ่งใหญ่ในโตเกียว กับการจุดดอกไม้ไฟ 12,000 นัด พร้อมไลฟ์คอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย

    เทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ในโตเกียว “Jinguu Gaien Hanabi Taikai 2017” (2017神宮外苑花火大会) ที่จะจัดงานครั้งที่ 38 ขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2017 ซึ่งในวันเดียวกันนั้นบนเวทีหลักของงาน ณ สนามเบสบอลจิงกุ จะมีการแสดงสดของนักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง “Ohguro Maki” ซึ่งเธอได้ครบรอบการเดบิวต์ปีที่ 25 ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเธอมีผลงานเพลงชื่อดังมากมายที่เกี่ยวข้องกับฤดูร้อนทำให้คุณอินกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้ไฟและเสียงเพราะ ๆ จากเธอ นอกจากนี้ยังมี “miwa” ที่จะร่วมแสดงสดบนเวทีด้วยเช่นกัน รวมไปถึง Golden Bomber, Okazaki Taiiku, lol, JamFlavor, MeseMoa., Melody Chubak, UNIONE, Adachi Kana, Hashimoto Yuta, THE RAMPAGE from EXILE TRIBE และศิลปินอื่น ๆ อีกมากมายที่จะมาสร้างความสุขด้วยเสียงเพลงบนเวที

    นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง “Uchiageta Hanabi, Shita kara Miruka? Yoko kara Miruka?” (打ち上げ花火、下から見るか?横から見るか?) โดยจะมีการฉายภาพพิเศษสำหรับงานเทศกาลดอกไม้จิงกุพร้อมเสียงเพลงจาก DAOKO ผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้

    นอกเหนือจากการจัดพื้นที่นั่งชมดอกไม้ไฟในบริเวณสนามเบสบอลจิงกุ ยังมีการจัดพื้นที่ชมดอกไม้ไฟแบบกำหนดที่นั่งและมีค่าใช้จ่ายในบริเวณศูนย์กีฬาในร่มมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Gymnasium), สนามเบสบอล Jingu Gaien Rubber-ball Baseball Ground (ที่นั่งอิสระทั้งหมด) และสนามรักบี้ Chichibu no Miya ไว้คอยบริการสำหรับผู้ที่ไม่อยากกังวลเรื่องเวลาและไม่อยากยุ่งยากเรื่องการจองที่นั่งอีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    “Jinguu Gaien Hanabi Taikai 2017” ครั้งที่ 38
    วันจัดงาน : 20 สิงหาคม 2017 (วันอาทิตย์) ※วันจัดงานสำรองคือวันที่ 21
    เวลา :
    เริ่มจุดดอกไม้ไฟเวลา 19:30 น.
    จุดดอกไม้ไฟเสร็จสิ้นเวลา 20:30 น.
    สถานที่ : Meiji Jinguu Gaien
    จำนวนพลุดอกไม้ไฟ : 12,000 นัด
    ค่าบัตรผ่านประตู :
    ■ สนามเบสบอลจิงกุ (กำหนดที่นั่งทั้งหมด) [PCode:635-960] ราคา : ที่นั่งอารีน่า SS 7,500 เยน, ที่นั่งอารีน่า S และที่นั่งสแตนด์ S 6,500 เยน, ที่นั่งอารีน่า A และที่นั่งสแตนด์ A 5,500 เยน, ที่นั่งสแตนด์ B 4,500 เยน
    ■ สนามรักบี้ Chichibu no Miya (กำหนดที่นั่งทั้งหมด) [PCode:635-961] ราคา : ที่นั่งบนสแตนด์ 3,000 เยน
    ■ สนามเบสบอล Jingu Gaien Rubber-ball Baseball Ground (ที่นั่งอิสระทั้งหมด) [PCode:635-962] ราคา : ราคาจำหน่ายบัตรล่วงหน้า 3,000 เยน / ราคาจำหน่ายบัตรในวันงาน 4,000 เยน
    ■ ศูนย์กีฬาในร่มมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Gymnasium)(กำหนดที่นั่งทั้งหมด) ) [PCode:635-963] ราคา : 4,500 เยน
    ※P Code คือ รหัสสำหรับกรอกซื้อตั๋วทั้งในระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ, เว็บไซต์ หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในร้านสะดวกซื้อทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น

    ศิลปินที่จะร่วมงาน
    <สนามเบสบอลจิงกุ> Ohguro Maki ฯลฯ
    <สนามเบสบอล Jingu Gaien Rubber-ball Baseball Ground> จะประกาศรายชื่อศิลปินในวันงาน
    ※ก่อนการจุดดอกไม้ไฟจะมีมินิไลฟ์ด้วย

    ที่มา : fashion-press, moshimoshi-nippon, retrip

  • ,

    โอ้ยน่ารัก เมื่อน้องแมวหันไปทานมังสวิรัติ

    บางครั้งเจ้าเหมียวก็มักจะทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงและยังทำให้มีรอยยิ้มด้วย และวันนี้เรามีความน่ารักของน้องแมวเหมียวที่ชื่อว่าริคุ อายุ 1 ขวบ ที่เจ้าของ @MAKOokestudio ได้เก็บภาพความน่ารักของเจ้าริคุเมื่ออยู่กับกองผักที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆจากสวนมาวางไว้บนโต๊ะ เจ้าริคุจะทำอะไรกับผักนั้นไปดูกันเลย

    เจ้าเหมียว vs กองผัก

    อะไรเขียวๆหว่า ขอจับหน่อย

    งาบ……แตงกวาเก็บมาสดๆอร่อยจัง

    กัดซะเต็มปากเลยนะ แตงกวาคงถูกใจเจ้าริคุ ดูทำหน้าฟินซะขนาดนั้น

    หลังจากภาพนี้ได้แพร่ออกไป ก็มีคอมเม้นต์ถึงความน่ารักน่าชังของเจ้าริคุมากมาย ยอดกดไลค์ถึง 144,576 ครั้ง และรีทวิตถึง 68,111 ครั้ง จากการสอบถามเจ้าของน้องแมวเหมียวนี้ เจ้าริคุก็จะซุกซนตามประสาแมว 1 ขวบ แต่ไม่ได้เป็นแมวที่กินมังสวิรัติแต่อย่างใด

    ที่มาและรูปภาพ nlab @MAKOokestudio
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    Trending

    สุดทึ่ง! นักศึกษาม.โตเกียวพับตุ๊กตาเด็กหญิงด้วยกระดาษแค่แผ่นเดียว!

    กลายเป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อภาพผลงานการพับกระดาษเด็กนักเรียนหญิงม.ปลายภาพนี้ถูกแชร์ออกมา เพราะไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงว่าตุ๊กตากระดาษตัวนี้จะทำขึ้นมาด้วยกระดาษเพียงแค่แผ่นเดียว!

    พับตุ๊กตาด้วยกระดาษแค่แผ่นเดียว!

    ตุ๊กตากระดาษนี้เป็นผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียวจากชมรมพับกระดาษ Orist เห็นรายละเอียดมาเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมแบบนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าใช้กระดาษแค่แผ่นเดียวเท่านั้น แถมยังใช้เทคนิคการพับล้วน ๆ โดยไม่มีการตัดหรือกรีดกระดาษเลยด้วยนะ

    ทั้งหมดนี่ใช้กระดาษแค่แผ่นเดียวจริงเหรอเนี่ย!?
    รอบจีบของกระโปรงละเอียดเป๊ะเวอร์

    ต่อให้ยืนยันว่าใช้กระดาษแค่แผ่นเดียวก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ยิ่งพอได้เห็นเส้นรอยพับเบื้องหลังผลงานสุดน่าทึ่งแล้วก็ยิ่งอยากจะร้องออกมาว่า Unbelievable!!

    ละเอียดขนาดนี้ ให้พับตามแบบทีละขั้นตอนก็ไม่น่าจะทำได้แฮะ…

    มาซาโตะ คิคุจิ นักศึกษาเจ้าของผลงานบอกว่า ที่เลือกพับเด็กนักเรียนหญิงม.ปลายก็เพราะว่าเมื่อมองจากภายนอกแล้วดูออกได้ง่าย และรู้สึกว่าอยากลองพับคนดูด้วย

    กว่าจะสำเร็จออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย

    กว่าจะได้ออกมาเป็นผลงานจริงแบบนี้ เจ้าตัวใช้เวลาคิดและออกแบบนาน 4-5 ปี และใช้เวลาในการพับกว่า 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะว่าต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะประกอบส่วนต่าง ๆ เช่น ผม เข้ากับส่วนอื่นโดยใช้กระดาษแผ่นเดียวได้ยังไง

    เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ต้องใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถ และความพยายามไม่ใช้น้อยเลยจริง ๆ ขอปรบมือให้กับน้องมาซาโตะรัว ๆ

    ที่มา: itmedia

  • , ,

    ประภาคารฮิโนะมิซากิ จังหวัดชิมาเนะ ได้รับเลือกให้เป็น “ประภาคารแห่งความรัก”

    ประภาคารฮิโนะมิซากิ (日御碕灯台) ในเมืองอิซุโมะ แขวงไทชะ จังหวัดชิมาเนะ ได้รับเลือกจากสมาคม Nippon Romantist Association ให้เป็น “ประภาคารแห่งความรัก” การคัดเลือกดังกล่าวเป็นหนึ่งในโปรเจ็คของสมาคมและมูลนิธิในญี่ปุ่น โดยสมาคมดังกล่าวมีการจัดสำรวจ “ประภาคารแห่งความรัก” และ “เมืองที่ตั้งของประภาคารแห่งความรัก” มาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อเฟ้นหาประภาคารที่เป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งรัก”

    โดยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ประธานกรรมการสมาคม Nippon Romantist แห่งประเทศญี่ปุ่น นายนามิฟุสะ คะสึโนริได้เข้าพบและมอบใบประกาศเกียรติคุณให้ประภาคารฮิโนะมิซากิเป็น “ประภาคารแห่งความรัก” แด่นายกเทศมนตรีเมืองอิซุโมะ นายนากะโอกะ ฮิเดโตะ ณ ที่ทำการอำเภอ โดยท่านนายกเทศมนตรียังได้กล่าวผ่านสื่ออีกว่า “ทั่วทั้งบริเวณประภาคารฮิโนะมิซากิของเมืองอิซุโมะนั้น เป็นสถานที่ที่สามารถมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกสุดวิเศษได้ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกแห่งญี่ปุ่นอีกด้วย สำหรับการชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นถือเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างความทรงจำดี ๆ ให้แก่คู่รัก ชื่อประภาคารแห่งความรักจึงเหมาะสมกับสถานที่แห่งนี้เป็นที่สุด”

    ที่มา : sankei, romance-toudai, shimane.uminohisankeiromance-toudai

  • , ,

    Saori มือเปียโน จาก SEKAI NO OWARI ตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้วจ้า!

    Saori มือเปียโนจาก SEKAI NO OWARI ได้เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของวงว่าได้ตั้งครรภ์ลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

    Saori จาก SEKAI NO OWARI ตั้งครรภ์ลูกคนแรกแล้วจ้า!

    สาว Saori ได้เกริ่นผ่านเว็บไซต์ว่าได้ตั้งครรภ์ลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกำหนดคลอดจะอยู่ประมาณช่วงปีใหม่ค่ะ

    โดยสาว Saori ได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องงานว่าจะทำงานไปพร้อมกับดูอาการไปพลางๆ และยังกล่าวอีกว่า “ในอนาคตอันใกล้ ถ้าได้ทัวร์คอนเสิร์ตพร้อมกับครอบครัวเล็กๆ ก็คงสนุกดี ตอนนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตารอพร้อมกับวาดฝันไปเรื่อยๆค่ะ”

    ส่วนหนุ่ม Ikeda Dai นัแสดงหนุ่ม สามีของสาว Saori ก็กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า “อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ครอบครัวของเรากำลังจะมีสมาชิกใหม่ครับ” และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “แม้จะมีแต่เรื่องใหม่ๆ แต่ผมก็ตื่นเต้นที่จะได้มองท้องของภรรยาที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆครับ สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนคอยเฝ้ามองพวกเราด้วยนะครับ ขอความกรุณาด้วยครับ” แหม อ่านแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเป็นสามีที่น่ารักและเอาใจใส่ภรรยามากเลยล่ะค่ะ

    ANNGLE ก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองด้วยนะคะ

    ที่มา: livedoor

  • ,

    Trending

    คำทำนายสไตล์ญี่ปุ่น ข้ออ้างเวลามาสายของแต่ละกรุ๊ปเลือด

    ข้ออ้างเวลานัดกับใครแล้วไปสายที่ใช้บ่อยๆคืออะไรคะ แต่ละคนก็มีสไตล์การตอบเวลามาสายต่างกันไป วันนี้เรามีคำทำนายญี่ปุ่นที่ทำนายไว้ว่าแต่ละกรุ๊ปเลือดมีข้ออ้างเวลามาสายกันอย่างไร จะตรงแค่ไหนไปดูกันเลย

    กรุ๊ปเอ

    ชาวกรุ๊ปเอ เป็นคนที่มีความจริงจัง ตรงต่อเวลา ดังนั้นชาวกรุ๊ปเอแทบจะไม่ไปสายเลย แต่ถ้าเกิดไปสายเมื่อไรก็จะหาข้อแก้ตัวอธิบายยาวเหยียดเลย เริ่มจากเมื่อคืนนอนกี่โมง ตื่นเช้ามาอยู่ๆก็ความดันต่ำนั่นนี่ ร่ายยาว อธิบายแบบละเอียดยิบเลย จนอีกฝ่ายต้องเบรกและบอกว่า เข้าใจแล้วๆ เพื่อให้ชาวกรุ๊ปเอหยุดอธิบาย

    กรุ๊ปบี

    ชาวกรุ๊ปบีที่คิดว่าการมาสายเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เวลามาสายจะไม่มาเสียเวลาพูดแก้ตัว เอาเวลาไปทำอย่างอี่นที่เป็นประโยชน์ดีกว่า ดังนั้นเวลาที่ชาวกรุ๊ปบีมาสายและถูกถามเหตุผลก็จะตอบเพียงว่าขอโทษๆ แม้จะซักถูกถามแค่ไหนชาวกรุ๊ปบีก็จะไม่มานั่งอธิบายว่าทำไมมาสายให้เสียเวลาหรอก

    กรุ๊ปโอ

    ชาวกรุ๊ปโอที่มีนิสัยสบายๆง่ายๆและมักคิดว่าการมาสายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถึงแม้ว่าชาวกรุ๊ปโอก็เป็นคนที่ใส่ใจให้ความสำคัญกับการคบค้าสมาคม แต่ถ้าเกิดชาวกรุ๊ปโอมาสาย มาไม่ทันนัด ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่ยอมขอโทษอะไรง่ายๆ ก็จะหาข้ออ้างติดตลกให้อีกฝ่ายขำๆ เช่น วันนี้ลมพัดแรงมากเลยทำให้มาช้า เป็นต้น สร้างบรรยากาศให้กลายเป็นเสียงหัวเราะ เพื่อไม่ให้มีใครถามหาเหตุผลจริงๆที่มาสาย

    กรุ๊ปเอบี

    ชาวกรุ๊ปเอบี ผู้ไม่ชอบทำอะไรที่ต้องสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ หากรู้ว่าต้องสายแน่ๆ ก็จะไม่รีบให้เหนื่อยเปล่า แต่จะเดินทางด้วยความใจเย็น แต่พอใกล้ถึงที่หมายก็จะรีบวิ่ง ทำตัวร้อนรน กระวนกระวาย ที่ชาวกรุ๊ปเอบีทำไปแบบนี้เพราะว่าหากไปสายแล้วยังทำตัวชิวๆให้คนที่รอเห็นจะทำให้คนที่รออารมณ์เสียได้ ดังนั้นชาวกรุ๊ปเอบีจะทำเหมือนว่าพยายามรีบมา และก็ก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายด้วย

    ที่มา uranaitv
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    Trending

    Don Quijote ยอดขายพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านเยน เตรียมขยายสาขา 500 แห่งภายในปี 2020

    เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา นายโอฮะระ โคจิ ประธานบริษัท Don Quijote Holdings ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น เข้าร่วมงานสัมมนาเปิดโอกาสทางธุรกิจที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียว พร้อมประกาศขยายสาขาร้านในเครือ ซึ่งปัจจุบันที่มีทั้งหมด 370 สาขา โดยจะเพิ่มเป็น 500 สาขาภายในปี 2020 ยังมีรายงานอีกว่า ยอดขายประจำเดือนมิถุนายน ปี 2017 พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนเงินถึง 1 ล้านล้านเยน จากยอดขายเดิม 828,700 ล้านเยน

    แผนการขยายสาขาของ Don Quijote จะเริ่มจากการปรับปรุงรูปแบบร้านทั้ง Don Quijote และ MEGA Don Quijote กว่า 30 สาขา ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2018 ที่จะถึงนี้ อีกทั้ง ยังมีโครงการขยายสาขาสู่ต่างประเทศทั้งในแถบเอเชียและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังมีแผนเตรียมเอาระบบดิจิตอลต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในร้าน เช่น ระบบยืนยันใบหน้า, ระบบเค้าเตอร์ชำระเงินด้วยตนเอง, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ฯลฯ โดยจะเริ่มสร้างร้านต้นแบบภายในปีหน้า

    อีกทั้ง Don Quijote ยังมีแผนพัฒนาจะให้ความสำคัญกับสินค้าตราเฉพาะของร้านค้าหรือสินค้าไพรเวท เลเบล (Private Label) มากขึ้น เช่น สินค้าบริโภค, สินค้าเบ็ดเตล็ด และเสื้อผ้า เป็นต้น ซึ่งสินค้าดังกล่าวมียอดขายยึดครองพื้นที่ในร้านถึง 10% เลยทีเดียว ประธานบริษัทนายโอฮะระ โคจิ กล่าวว่า “การพัฒนาสินค้าประเภทอุปโภค-บริโภคให้มีความแข็งแกร่งควบคู่กันไปนั้นก็เพื่อเป็นที่หนึ่งในการครองตำแหน่งในฐานะร้านซูปเปอร์มาร์เก็ตแบบครบวงจร”

    ที่มา : sankei

  • ,

    Melon Baumkuchen! เค้กขอนไม้ ขนมมงคลยอดฮิตสอดไส้รสเมล่อนเนียนนุ่ม !

    ข่าวดีสำหรับคนชอบทานเค้กบามคูเฮนและเมล่อน! เมื่อของสุดฮิตทั้งสองอย่างมารวมตัวกันกลายเป็นเค้กพรีเมียมแสนอร่อย Japanese Melon Baumkuchen !

    เค้กบามคูเฮน (Baumkuchen) หรือ เค้กขอนไม้ ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งเค้กญี่ปุ่น เป็นเค้กที่มีลักษณะเป็นทรงกลมมีเลเยอร์หลายชั้นเหมือนวงปีในขอนไม้ โดยชื่อ “บามคูเฮน” นั้นเพี้ยนมาจากภาษาเยอรมัน คำว่า “Baum” แปลว่า “ต้นไม้” และ “Kuchen” แปลว่า “ขนมอบ” จึงเรียกว่า “เค้กขอนไม้” ว่ากันว่าเค้กนี้มีที่มาจากชาวเยอรมันที่มาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น

    เค้กบามคูเฮน เป็นเค้กที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะสังเกตได้ว่า เค้กบามคูเฮนนี้จะมีวางขายทั่วไปตามร้านขนมไปจนถึงตามซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ

    เนื่องจากรูปร่างของเค้กเหมือนวงปีต้นไม้ ซึ่งสื่อถึงความเจริญงอกงาม รุ่งเรือง มั่นคงยั่งยืน ชาวญี่ปุ่นจึงเชื่อว่าบามคูเฮนเป็นขนมมงคล นิยมซื้อให้เป็นของฝากหรือของขวัญในโอกาสต่าง ๆ

    และเมื่อเค้กบามคูเฮนยอดนิยมกับเมล่อนซึ่งเป็นผลไม้ยอดฮิตในญี่ปุ่นมารวมตัวกัน จึงเกิดเป็นเค้กไอเดียแปลกใหม่ที่ถูกใจชาวญี่ปุ่นสุด ๆ !

    Japanese Melon Baumkuchen 

    รูปที่เห็นนี้เป็นเค้กบามคูเฮนชื่อว่า Melon Baum Premium ซึ่งมีรูปทรงเป็นลูกเมล่อนสีเขียวอ่อนน่ากินมาก บวกกับกลิ่นเมล่อนหอมอ่อน ๆ ไปด้วยแล้ว ทำให้โดนใจชาวญี่ปุ่นมากมาย

    พื้นผิวรอบนอกเค้กที่มีลักษณะเป็นเปลือกเมล่อนจะมีความกรุบกรอบเล็ก ๆ ส่วนชั้นที่เป็นเลเยอร์วงปีต้นไม้ที่เรียกว่า บาม จะให้สัมผัสนุ่มเบา และด้านในสุดเป็นไส้ขนมเค้กรสเมล่อนหอมหวานเนียนนุ่มชุ่มลิ้น ! แถมไส้เมล่อนนี้ก็จัดเต็มให้มาเยอะพอสมควรเลยทีเดียว

    ใครที่ชื่นชอบขนมเค้กบามคูเฮนห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ หรือใครที่ยังไม่เคยลองทานเค้กบามคูเฮนก็ลองหาซื้อกันได้ โดยราคาเค้กบามคูเฮนเมล่อนนี้ที่อยู่ 6,616 เยน หรือประมาน 2,000 บาท เค้กบามคูเฮนนี้เป็นสินค้าพรีเมียมที่สามารถซื้อเป็นของฝากให้คนพิเศษได้อีกด้วย !

    เพื่อน ๆ คนไหนอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นสามารถสั่งซื้อหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ rakuten

    ใครได้ลองทานแล้วมารีวิวกันได้เลยนะคะ !

    ที่มา: curazy

  • ,

    Trending

    เจ้าหญิงมาโกะ และแฟนหนุ่มสามัญชน ประกาศจัดพิธีหมั้นขึ้นในวันที่ 3 กันยายนนี้

    เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สำนักพระราชวังญี่ปุ่นได้ประกาศพิธีหมั้นของเจ้าหญิงมาโกะ พระราชนัดดาพระองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ กับคุณเคอิ โคมูโร ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันที่ International Christian University (ICU) ซึ่งพิธีหมั้นจะมีขึ้นในวันที่ 3 กันยายนนี้

    ก่อนหน้านี้เจ้าหญิงมาโกะและคุณเคอิวางแผนไว้ว่าจะประกาศพิธีหมั้นในวันที่ 8 กรกฎาคม แต่ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในภูมิภาคคิวชู สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับพสกนิกรหลายจังหวัด จึงได้เลื่อนการประกาศพิธีหมั้นออกไป

    ในวันดังกล่าวพระจักรพรรดิจะทรงทำพิธีเพื่อแสดงการยินยอมการจัดพิธีเสกสมรสของทั้งคู่ จากนั้นก็จะมีการแถลงข่าวเพื่อประกาศการหมั้น และจะเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้แถลงข่าวร่วมกัน

    สำหรับพิธีเสกสมรสคาดว่าจะจัดขึ้นในปี 2018 หลังจากที่เจ้าหญิงมาโกะทรงสละราชสมบัติตามกฎหมายญี่ปุ่นเสร็จสิ้นแล้ว

    ที่มาและรูปภาพ yahoo matomame
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    ประกาศเตือนอาการแปรปรวน ฝนฟ้าคะนองฟ้าร้องฟ้าผ่าที่โตเกียวในวันที่ 18-19 ส.ค. นี้

    กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศเตือนฝนฟ้าคะนองและอากาศแปรปรวนในวันที่ 18-19 สิงหาคมนี้ บางพื้นที่จะมีเมฆปกคลุมหนา บางพื้นที่จะมีฝนตกหนัก ให้ระมัดระวังในการเดินทาง

    ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โตเกียวได้มีฝนตกติดต่อกันถึง 16 วัน ส่งผลให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและสร้างความเสียหายในหลายพื้นที่ และคาดว่าในวันที่ 18-19 สิงหาคมนี้มีแนวโน้มที่ฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จึงประกาศเตือนให้ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนัก และในวันที่ 20 สิงหาคมนี้มีโอกาสจะเกิดฝนตกเช่นกัน

    ในสัปดาห์หน้าตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมจะเริ่มมีแดดออกและมีเมฆปกคลุมบ้าง หลังจากที่ฝนตกและมีเมฆมาตลอดตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม

    ใครมีแพลนเดินทางมาโตเกียวช่วงนี้ เตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อมและเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยค่ะ

    ที่มา news.infoseek
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    Trending

    7 เรื่องสุดเซอร์ไพรส์ที่ชาวฝรั่งเศสตกใจเมื่อมาเยือนดินแดนซากุระ !

    เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น เพื่อน ๆ ชาวแองเกิ้ลมีเรื่องอะไรที่ตกใจ ปลามปลื้ม หรือประทับใจกันบ้างไหมเอ่ย? แน่นอนว่าต้องมีเรื่องมาแชร์ประสบการณ์กันบ้างไม่มากก็น้อยเพราะว่าแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป วันนี้แองเกิ้ลจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันว่า เวลาชาวฝรั่งเศสไปเที่ยวดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างประเทศญี่ปุ่นจะมีอะไรให้เซอร์ไพรสกันบ้าง !

    1. อ่างอาบน้ำที่ญี่ปุ่นไฮเทคเกินไป !

    ชาวฝรั่งเศสมักจะตะลึงในความไฮเทคของอ่างอาบน้ำที่ญี่ปุ่นเพราะเพียงแค่กดปุ่ม น้ำร้อนก็จะไหลออกมาโดยอัตโนมัติ แถมมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น พอน้ำร้อนเริ่มลดลงก็จะมีฟังก์ชั่นเติมน้ำให้เอง หรือฟังก์ชั่นที่สามารถคงอุณหภูมิของน้ำร้อนไว้ได้ ถึงคนญี่ปุ่นจะคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติของอ่างอาบน้ำที่ญี่ปุ่นนะ แต่ชาวฝรั่งเศสก็จะตะลึงอยู่ดี เพราะอพาร์ทเม้นที่ฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะมีแค่ฝักบัวเท่านั้น ถึงแม้ว่าบางที่อาจจะมีอ่างอาบน้ำให้ แต่ก็ต้องเติมน้ำร้อนเองอยู่ดี

    2. เวลารอขึ้นรถไฟ คนญี่ปุ่นจะต่อแถวเป็นระเบียบมาก

    ข้อนี้บอกว่าเป็นเรื่องปกติของชาวญี่ปุ่นที่เวลาทำอะไรมักจะต่อแถวกันเป็นระเบียบจนชาวฝรั่งเศสเองก็แปลกใจเพราะที่ฝรั่งเศสนั้นไม่ค่อยมีการต่อแถวกันขนาดนี้ ถ้าเป็นที่ฝรั่งเศสเวลารถไฟมาถึงก็จะมีการแทรกแถวจากด้านข้างกัน ความเป็นระเบียบนี้ทำให้ชาวฝรั่งเศสประทับใจชาวญี่ปุ่นมากเลยทีเดียว

    3. เบาะที่นั่งของรถไฟชินคันเซ็นสามารถปรับให้หมุนหน้า-หลังได้

    ถึงแม้ที่ฝรั่งเศสจะมีรถไฟความเร็วสูงเหมือนกัน แต่ที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสแปลกใจก็คือ เบาะที่นั่งของรถไฟชินคันเซ็นในญี่ปุ่นสามารถปรับหมุนไปด้านหน้าหรือด้านหลังได้ !! ทำให้เวลานั่งรถไฟกับกลุ่มเพื่อนสามารถปรับเบาะให้หันหน้าเข้าหากันเพื่อพูดคุยกันได้สะดวกยิ่งขึ้น

    4. บ้านเมืองสะอาด แต่ชายหาดสกปรก

    อย่างที่รู้กันว่าบ้านเมืองหรือถนนหนทางในญี่ปุ่นนั้นจะสะอาดมากกกกกก และแทบจะไม่มีขยะตกให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ชาวฝรั่งเศสก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่า ถึงแม้บ้านเมืองและถนนหนทางในญี่ปุ่นจะสะอาดมาก ๆ แต่ชายหาดกลับสกปรกซะอย่างงั้น ในขณะที่ปารีสขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สกปรกเมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ชายหาดกลับสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ชาวฝรั่งเศสสงสัยว่า ชาวญี่ปุ่นมักจะทิ้งขยะไว้ที่ชายหาดแล้วกลับบ้านเลยหรือเปล่านะ?

    5. มีลิฟท์และบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟแทบทุกแห่ง

    สถานีรถไฟใต้ดินในฝรั่งเศสมักจะไม่ค่อยมีลิฟท์หรือบันไดเลื่อนไว้บริการผู้โดยสาร แต่ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและโอซาก้า รวมถึงสถานีเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นจะมีลิฟท์และบันไดเลื่อนเอาไว้บริการผู้โดยสาร โดยเฉพาะคนพิการ คนชรา หรือรถเข็นเด็ก ข้อนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสประทับใจในประเทศญี่ปุ่นมาก

    6. แม้กระทั่งในร้านสะดวกซื้อก็มีห้องน้ำไว้บริการ

    เนื่องจากในฝรั่งเศสจะไม่ค่อยมีห้องน้ำสาธารณะเอาไว้บริการ แม้กระทั่งห้องน้ำในคาเฟ่หรือร้านอาหารต่าง ๆ เช่น แมคโดนัลด์ ก็ไม่ค่อยอนุญาตให้คนนอกเข้าใช้ง่าย ๆ นอกจากจะเป็นลูกค้าที่ซื้อของในร้านและมีใบเสร็จยืนยันเท่านั้น (แอบโหด) ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกสบายในเรื่องห้องน้ำมากนัก ดังนั้นชาวฝรั่งเศสจึงปลาบปลื้มกับความเอาใจใส่ของชาวญี่ปุ่นที่สามารถขอเข้าห้องน้ำได้แม้แต่ในร้านสะดวกซื้อ !

    7. เพลิดเพลินไปกับจุดพักรถในญี่ปุ่น


    ref: michinoekikikugawa

    ความสนุกอย่างหนึ่งในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นของชาวฝรั่งเศสคือการแวะเข้าไปช็อปในสถานีจุดพักรถ เนื่องจากถนนหลายแห่งในญี่ปุ่นนั้นจะมีจุดพักรถซึ่งสามารถช้อปปิ้งของพื้นเมือง แวะทานอาหารพื้นเมือง ซื้อขนม หรือของฝากต่าง ๆ ได้ ซึ่งในฝรั่งเศสจะไม่มีจุดพักรถที่สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินดูสินค้าหรืออาหารที่แตกต่างกันไปตามแต่ละเมืองแบบนี้

    7 เรื่องสุดเซอร์ไพรสของชาวฝรั่งเศสนี้ มีข้อไหนที่เพื่อน ๆ คิดเหมือนกันบ้างไหมคะ? จะสังเกตได้ว่ามีบางข้อที่เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สามารถสื่อให้เห็นว่ามีการใส่ใจรายละเอียดสมกับเป็นชาวญี่ปุ่นจริง ๆ !

    ที่มา : tabizine michinoekikikugawa

  • , ,

    โอ้คุณพระ!! ซอฟต์ครีมหน้ากุ้งชนิดที่กุ้งมาเป็นตัวๆ

    ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมเป็นต้นมา “Yukiguni Tourism Center Uono no Sato” ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการสินค้าขึ้นชื่อของอุโอนุมะ・อาหารทะเลสดจากฝั่งทะเลญี่ปุ่น และอาหารพื้นเมืองของเอจิโกะ อุโอนุมะ ได้เริ่มวางขาย “Namban Ebi Softcream” หรือซอฟต์ครีมกุ้งหวาน ที่ถือเป็นโปรเจ็คต์ที่ 3 ในการโปรโมตซอฟต์ครีมของขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น

    ซอฟต์ครีมหน้ากุ้งหวาน (Namban Ebi Softcream)

    ซอฟต์ครีม Namban Ebi ราคา 350 เยน เป็นการผสมผสานกันระหว่างขนมหวานขึ้นชื่ออย่างซอฟต์ครีม และกุ้ง Namban มีส่วนผสมหลักคือ มิโซะกุ้ง Namban ที่มีขายเฉพาะแค่ที่นีกาตะ ทำจากการนำกุ้ง Namban ทั้งตัวมาบดเป็นผงแล้วผสมเข้ากับมิโซะสูตรท้องถิ่น แล้วนำมิโซะดังกล่าวราดบนซอฟต์ครีมวนิลาสูตรเข้มข้น ท็อปปิ้งด้วยเซมเบ้กุ้ง Namban 1 แผ่น และกุ้งหวานตากแห้งด้วยลมหวานทั้งตัวถึง 2 ตัว!!

    กุ้งหวานตากแห้ง

    สำหรับวิธีทานที่อยากแนะนำก็คือ ให้ทานเนื้อซอฟต์ครีมวนิลากับมิโซะกุ้งก่อน จากนั้นเอากุ้งทั้งตัวจิ้มวานิลลากิน แล้วตอนสุดท้ายก็ให้เอาเซมเบ้กุ้งตักซอฟต์ครีมขึ้นมากิน ได้ลองกินแบบนี้ก็ดูท่าจะสนุกไม่เบาเลยละ

    เซมเบ้กุ้ง Namban

    ถึงจะเป็นการผสมผสานระหว่างของคาวและของหวาน แต่รสชาติของมิโซะและกุ้งหวานกับซอฟต์ครีมวานิลลาสุดเข้มข้นก็เข้ากันได้ดีมากๆ ได้ลองชิมสักครั้งแล้วจะต้องติดใจ ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อย แต่กลิ่นหอมของกุ้งหวาน ก็ยิ่งทำให้รู้สึกอยากทานต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดปากเลยละ

    ”Namban Ebi Softcream” ขนมหวานไอเดียเก๋ที่หาทานได้แค่ที่ Uono no Sato เท่านั้น เป็นหนึ่งในของดีของจังหวัดนีงาตะที่ถ้าใครได้แวะมาก็อยากให้หาโอกาสมาลองทานกันดูนะคะ แล้วคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติแปลกใหม่แบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    ที่มา : walkerplus, atpress

  • ,

    ความน่ารักของเจ้าเหมียวเมื่อทำตัวเป็นนินจาแอบเข้าห้องแบบเงียบๆ

    วันนี้มีคลิปน่ารักๆของน้องเหมียวที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นมาให้ดูกันอีกแล้ว คราวนี้เป็นความน่ารักของเจ้าแมวที่พยายามจะแอบเข้ามาในห้อง ซึ่งเจ้าของคุณ @nagoizumi ได้แอบถ่ายคลิปลงทวิตเตอร์ส่วนตัวตอนเจ้าเหมียวที่ชื่อว่าเอส ซึ่งเป็นแมวที่ชอบเที่ยวเล่นข้างนอกซะส่วนใหญ่ และเป็นแมวที่ไม่ค่อยชอบคลุกคลีกับคน แต่ก็เป็นแมวที่ขี้เหงา และเวลาอาหารเย็นทุกครั้งเจ้าแมวตัวนี้ก็มักจะย่องเข้ามาในห้องอาหารอย่างเงียบๆ  เจ้าเอสจะมีวิธีย่องเข้าห้องมายังไงไปดูคลิปกันเลย

    คลิปเจ้าเหมียว ย่องๆ แอบเข้าห้อง

    ภาพเจ้าเหมียวแอบย่องเข้าห้องและถูกจับได้

    เป็นไงบ้างคะ คลิปน่ารักๆของเจ้าแมวเอส ที่ทำตัวเป็นนินจาแอบเข้ามาในห้อง โดยแผนการของเจ้าเหมียวก็คือยื่นเท้าเข้าไปในห้องเพื่อเช็คอะไรสักอย่าง

    ตะปบประตูเบาๆให้ประตูเปิดออกมาหน่อย

    ฮึบ…เอาหัวช่วยดันให้ประตูเปิดออก

    จ๊ะเอ๋….มีใครอยู่มั้ย

    จ๊ากกกก… ถูกจับได้สินะ นิ่งๆไว้ นิ่งๆไว้

    กลับไปตั้งหลักก่อนดีกว่า

    ถูกจับได้แล้วก็ไม่ต้องแอบเข้ามาแล้วสินะ เชอะ

    ท่าทางการแอบย่องเข้ามาของเจ้าเหมียวนี้ช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน ซึ่งหลังจากที่คลิปนี้ได้แพร่หลายไปก็มีคนมารีทวิตกว่า 68,137 ครั้งและ กดไลค์กว่า 130,956 ครั้งเลยทีเดียว

    ที่มาและรูปภาพ nlab @nagoizumi
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    จังหวัดอะกิตะจัดการแข่งขันวัดความเร็ว “พายกะละมัง” มีผู้ลงแข่งทั้งเด็กและผู้ใหญ่

    เมืองโยะโกะเตะ จังหวัดอะกิตะ จัดการแข่งขัน “Tarai Kogi Kyousou” (たらいこぎ競争) กับการวัดความเร็วในการพายเรือกะละมังขนาดใหญ่ที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้มือเปล่าในการพาย เดิมทีการแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นที่เมืองมะสุดะ, โยะโกะเตะ จังหวัดอะกิตะ ซึ่งเป็นการละเล่นที่มีมาตั้งแต่ยุคไทโช โดยให้คนหนุ่มสาวขึ้นนั่งบนกะละมังขนาดใหญ่สำหรับกลั่นสุราและแข่งขันพายเรือ โดยเมื่อ 30 ปีที่แล้วใช้ชื่อในการจัดการแข่งขันว่า “Zennihon Ganso Tarai Kogi Senshuken Taikai” (全日本元祖たらいこぎ選手権大会)

    สำหรับการแข่งขันปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม ณ หนองน้ำในสวนสาธารณะมาโตะ โดยมีผู้ลงสมัครเข้าแข่งขันทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวม 130 คน ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องนั่งบนกะละมังที่มาความกว้าง 90 เซนติเมตร ความลึก 40 เซนติเมตร และให้มือเปล่าในการพายกะละมังไปสู่เส้นชัยในระยะ 42.195 เมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการวิ่งมาราธอนอีกด้วย

    ในการแข่งขันดังกล่าว นอกจากจะมีผู้ที่สามารถใช้มือพายเรือไปได้อย่างราบรื่นแล้ว ก็ยังมีผู้เข้าแข่งขันที่ไม่สามารถทรงตัวได้จนทำให้กะละมังหมุนบ้างพลิกคว่ำบ้าง สร้างสีสันและเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมงานได้อย่างมากเลยทีเดียว ชายวัย 29 ปี จากเมืองยูซาวะ จังหวัดอะกิตะ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ทำกะละมังพลิกคว่ำระหว่างทางได้ให้สัมภาษณ์ว่า “กะละมังของผมไม่ไปข้างหน้าเลย แถมยังหมุนตัวอีก แต่อย่างไรในปีหน้าผมก็จะมาลงแข่งอีกครั้ง” อีกทั้ง เด็กชายชั้นประถมฯ 3 ที่มาลงแข่งกับครอบครัว 4 คน จากเมืองโยะโกะเตะ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมพยายามไม่ให้แพ้คนในครอบครัวครับ ผมรู้สึกสนุกมากที่ได้ลงแข่ง”

    ที่มา : nhk

  • ,

    พลาดไม่ได้กับร้านที่คนในพื้นที่อยากให้ไปลองสัมผัส ที่ถนนโคคุไซโดริ โอกินาว่า

    โอกินาว่า สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในญี่ปุ่น ทั้งธรรมชาติที่งดงามโดยเฉพาะทะเลใสๆ หาดทรายขาวนวล โบราณสถานและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโอกินาว่า สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างหลงเสน่ห์และอยากไปเยือนโอกินาว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    หลายๆคนที่เคยไปเดินเที่ยวที่ถนนโคคุไซโดริ ต่างเพลิดเพลินไปกับการช็อปปิ้งสินค้านานาชนิดและลิ้มลองอาหารสุดอร่อยจากร้านค้าที่เรียงรายจำนวนมาก ซึ่งมีรีวิวถึงหลายๆร้านบนถนนโคคุไซโดริมากมาย แต่ครั้งนี้เราจะพาคุณไปพบกับร้านในตรอกซอยเล็กๆที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวสักเท่าไร แต่เป็นร้านที่ควรค่าแก่การไปเยือนเมื่อมาโอกินาว่า

    ร้าน Okinawa Grocery

    Okinawa Grocery ร้านที่คัดสรรสินค้าชั้นนำคุณภาพดีมีสไตล์ที่กำลังฮิตและเป็นที่นิยมกันอยู่มาวางขายในร้านที่ตกแต่งง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แยม ชา เครื่องปรุง สินค้าเบ็ดเตล็ด ผักผลไม้ปลอดสารพิษ เป็นต้น สินค้าแต่ละชิ้นได้คัดเลือกสินค้าคุณภาพดีๆมาวางขาย และแน่นอนว่าแพคเกจของแต่ละชิ้นก็ประณีต สมกับเป็นร้าน Select Shop ที่คนในพื้นที่แวะไปจับจ่ายใช้สอยกันอยู่ประจำ

    สินค้าแนะนำของทางร้านอาทิเช่น น้ำเชื่อมผลไม้ Cordial Syrup ที่ทำมาจากสมุนไพรหรือผลไม้ที่ออกตามฤดูกาลนั้นๆ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยเพิ่มรสชาติให้เครื่องดื่มหอมหวานและอร่อยอีกด้วย

    และอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยากจะแนะนำก็คือ “ซัมปิงฉะ” (さんぴん茶) หรือชามะลิที่ดื่มกันอย่างแพร่หลายในโอกินาว่า เหมาะกับเป็นของฝากให้คนที่ชื่นชอบดื่มชา

    ข้อมูลร้าน Okinawa Grocery
    ที่อยู่ :  2-10-1 Matsuo, Naha-shi, Okinawa
    เวลาทำการ : 11.00-19.00 น.
    วันหยุด : ไม่มี
    เบอร์โทรศัพท์ : 098-866-1699

    ร้านหนังสือ Ichiba no Furuhon ya Urara

    ถนนโคคุไซโดริ นอกจากจะมีร้านขายของอร่อยๆ หรือของฝากมากมายแล้ว ยังมีร้านที่น่าสนใจอีกร้านหนึ่งคือร้านที่รวบรวมหนังสือเก่าๆของโอกินาว่าไว้มากมาย โดยเฉพาะหนังสือที่พิมพ์ขึ้นที่โอกินาว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับวรรณคดี ประวัติศาสตร์ ชนเผ่า ปรัชญา ที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ดูสวยงามอยู่ในร้านเล็กๆ

    ร้านหนังสือ Ichiba no Furuhon-ya ถือได้ว่าเป็นร้านหนังสือที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ เมื่อได้เข้าไปแล้วเหมือนได้ย้อนไปในร้านหนังสือในอดีตเลยทีเดียว ลูกค้านอกจากจะเป็นคนในพื้นที่แล้ว ยังมีลูกค้าที่ลงทุนเดินทางมาจากที่ไกลๆเพื่อมาเลือกซื้อหนังสือที่จัดพิมพ์ที่โอกินาว่าไม่น้อยเลย

    ข้อมูลร้าน Ichiba no Furuhon-ya Urara
    ที่อยู่ :  3 -3-1 Makishi, Naha, Okinawa
    เวลาทำการ : 12.00-19.00 น.
    วันหยุด : วันอังคาร

    ร้าน Lequian Colored

    เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องแก้วแบบริวกิวเป็นของฝากขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของโอกินาว่าที่ใครมาแล้วก็อดใจไม่ได้ ต้องซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึกให้ตัวเองหรือซื้อเป็นของฝาก และร้าน Lequian Colored ก็เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีผลิตภัณฑ์จากเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องแก้วแบบริวกิวที่สวยงามวางเรียงรายอยู่มากมาย

    ร้าน Lequian Colored นี้ตั้งอยู่ในย่าน Hakken Douri ที่ได้ชื่อว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่สั้นที่สุดในญี่ปุ่น ใช้เวลาเดินเพียงแค่ 24 ก้าวเท่านั้นก็ถึงแล้ว

    ระหว่างทางเดินก็มีรอยเท้าที่ทำไว้ให้นับกันชัดๆเลยว่าเดินไม่กี่ก้าวจริงๆ

    ภายในร้าน Lequian Colored ได้รวบรวมเครื่องปั้นดินเผาที่มาจาก 30 ร้านในโอกินาว่า และร้านเครื่องแก้ว 5 ร้าน รวมถึงสินค้าที่ทางร้านทำขึ้นเอง โดยสินค้าแต่ละชิ้นได้บรรจงทำขึ้นมาอย่างปราณีตสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

    ใครเคยไปเที่ยวโอกินาว่าก็อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับตัวชีซ่า สัญลักษณ์ประจำเมืองโอกินาว่า ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเจอของที่ระลึกที่ทำเป็นรูปตัวชีซ่าวางขายอยู่มากมาย แต่ที่ร้านนี้กลับวางขายรูปปั้นแมวมากมาย และที่สำคัญรูปปั้นแมวของร้านนี้ยังเป็นสินค้าขายดีที่นักท่องเที่ยวต่างซื้อไปเป็นของฝากด้วย

    ข้อมูลร้าน Lequian Colored
    ที่อยู่ : 3-3-8 Makishi, Naha, Okinawa
    เวลาทำการ : 11.00-19.00 น.
    วันหยุด : ไม่มี
    เบอร์โทรศัพท์ : 098-917-2434

    ร้าน Adachiya

    หากคุณมองหาร้านดื่มราคาย่อมเยาและบรรยากาศบ้านๆเป็นกันเองในถนนโคคุไซโดริ อย่าพลาดที่จะแวะไปที่ร้าน Adachiya ร้านของทอดเสียบไม้ที่มีเคาน์เตอร์ที่เปิดโล่งกลางย่านช้อปปิ้งให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศชิวๆ จิบเบียร์ไปทานกับแกล้มพูดคุยกันไปในสไตล์ยืนดื่ม ที่นี่ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก แม้แต่คนในพื้นที่ก็เข้าไปอุดหนุนกันไม่ขาดสาย เมนูเด็ดของร้านก็ราคาไม่แพง มีเงินแค่ 1,000 เยนก็สามารถเลือกทานได้หลายเมนู ดื่มได้หลายแก้ว เมาได้ไม่รู้ตัวเลย

    อีกเมนูเด็ดของร้านนี้นอกจากของทอดเสียบไม้นั้นได้แก่ “ไส้ตุ๋นรสเด็ด” ที่ใช้เวลาในการตุ๋นนานเพื่อให้ไส้นุ่มและได้รสชาติที่เข้าเนื้อ ถือเป็นกับแกล้มชั้นเยี่ยมของนักดื่ม

    ใครอยากได้บรรยากาศยืนดื่มที่คึกคักและเป็นกันเองในสไตล์โอกินาว่า ร้านนี้จะทำให้คุณติดใจแน่นอน

    ข้อมูลร้าน Adachiya
    ที่อยู่ : 1F 2-10-20 Matsuo Naha Okinawa
    เวลาทำการ : 11.00-22.00 น.
    วันหยุด : ไม่มี
    เบอร์โทรศัพท์ : 098-869-8040

    Kokusaidori yatai mura

    ย่านโอริโอนโดริที่เชื่อมต่อกับถนนโคคุไซโดริจัดให้เป็นแหล่งรวมร้านแผงลอยกว่า 20 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านก็จะคัดสรรอาหารพื้นบ้าน อาหารดั้งเดิมของโอกินาว่ามาให้เลือกทานกันอย่างจุใจ และภายใน Kokusaidori yatai mura ยังมีเวทีไว้สำหรับการแสดงต่างๆให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่คึกคักสนุกสนานในสไตล์โอกินาว่า

    ข้อมูล Kokusai dori yatai mura
    3-11-17 Makishi, Naha, Okinawa

    ร้าน Shimatoate

    หนึ่งในร้านภายในหมู่บ้านแผงลอยที่ไปแล้วอยากให้เข้าไปลองทานกันคือร้าน Shimatoate แห่งนี้

    ร้าน Shimatoate เป็นร้านเล็กๆที่มีเหล้าอะวาโมริ เครื่องดื่มคู่บ้านคู่เมืองโอกินาว่าที่มีมาเนิ่นนานให้เลือกดื่มกว่า 50 ชนิด

    ภายในร้านยังมีกับแกล้มในสไตล์โอกินาว่า ไม่ว่าจะเป็น ชิมะลัคเคียวย่าง สาหร่ายโมสุคุ อาหารท้องถิ่นประจำโอกินาว่าที่ปรุงแต่งให้เข้ากับเป็นกับแกล้มของเหล้าอะวาโมริ แต่ถึงแม้จะไม่ดื่มเหล้าก็อร่อยไปกับอาหารโอกินาว่านานาชนิดได้เช่นกัน

    ข้อมูลร้าน Shimatoate

    ที่อยู่ : 3-11-17-13 Makishi, Naha, Okinawa (Kokusai dori yatai mura No.13)

    เวลาทำการ : 11.00-01.00 น.

    วันหยุด : ไม่มี

    ถนนโคคุไซโดริเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายให้เลือกดูเลือกชมและเลือกทาน ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่ที่สืบทอดมายาวนาน หรือร้านค้าใหม่ๆในสไตล์วัยรุ่น ที่เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วทำให้ถนนโคคุไซโดรินี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยี่ยมชมได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่คึกครื้นในสไตล์โอกินาว่า

    ซอกซอยเล็กๆในถนนโคคุไซโดริยังมีของดีอยู่มากมายที่รอให้คุณไปค้นหาและสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

    ที่มาและรูปภาพ gurutabi okinawa-labo okinawa-yatai
    ผู้เขียน Matsubokkuri❥

  • ,

    “Beer Men” ราเมงแบบเย็นในเหยือกเบียร์ที่ต้องยกซดให้หมด

    ร้านราเมงในย่านอิตะบะชิ กรุงโตเกียว “Menya hachidori” (麺屋はちどり) ผุดไอเดียสุดแปลกที่ทำเอาชาวเน็ตในญี่ปุ่นต้องพูดถึงกันอย่างมาก กับเมนู “Beer Men” (ビール麺) การนำเหยือกเบียร์มาเป็นภาชนะใส่เส้นราเมงและซุป ซึ่งเป็นเมนูพิเศษที่วางจำหน่ายในฤดูร้อนนี้เท่านั้น

    สำหรับร้าน Menya hachidori สามารถเดินเท้าเพียง 3 นาที จากสถานี Itabashi Kuyakusho Mae (板橋区役所前) จากรถไฟโทเอสายมิตะ ทั้งหน้าร้านและภายในร้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามร่วมสมัยจึงเหมาะที่จะมาทานได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้แม้แต่ลูกค้าผู้หญิงก็ไม่ลังเลหรือเขินอายที่จะมาทานราเมงคนเดียว (อิมเมจของร้านราเมงโดยปกติแล้วมักจะมีลูกค้าผู้ชายอยู่เยอะและมักทานกันอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าผู้หญิงไม่กล้าเข้ามาทานคนเดียวเว้นแต่จะมากับเพื่อนเป็นกลุ่ม)

    หนึ่งเมนูสะดุดตาที่ถูกติดป้ายประกาศบนกำแพงและเขียนในหนังสือเมนูของร้านก็คือ “Boku no Beer Men” (ぼくのビール麺) ซึ่งวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม – 27 สิงหาคม และเสิร์ฟเพียง 6 ที่ต่อวันเท่านั้น! โดยเมนูดังกล่าวจะเสิร์ฟราเมงแบบเย็นในเหยือกเบียร์สูง แถมด้านบนสุดของน้ำซุปยังเป็นฟองสีขาวให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเหยือกเบียร์ นอกจากนี้ทางร้านยังมีสูตรลับในการปรุงรสน้ำซุปให้มีรสเปรี้ยวและรสขมนิด ๆ จึงทำให้ได้รสชาติที่คล้ายกับการดื่มเบียร์จริง ๆ เลยก็ว่าได้ และลูกค้าสามารถเลือกท็อปปิ้งสำหรับทานคู่กับราเมงได้ 3 อย่าง อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้เตรียมตะเกียบที่มีความยาวไว้ให้บริการ เพื่อให้สามารถคีบเส้นราเมงจากก้นแก้วได้ หรือวิธีทานที่ดีที่สุดคือการยกซดเหมือนการดื่มเบียร์ตามปกติไปเลย!

    อย่างไรก็ตาม เมื่อถามเจ้าของร้านผู้คิดค้นการนำราเมงมาใส่ในเหยือกเบียร์ ก็ทำให้ได้ทราบว่า “ผมชื่นชอบการดื่มเบียร์มาก และคิดหาวิธีที่จะทำอะไรสักอย่างกับเหยือกเบียร์ขนาดใหญ่ จนมาพบกับ Espuma (เครื่องสำหรับทำให้ของเหลวกลายเป็นฟอง) ทำให้ผมผุดไอเดียที่จะทำราเมงให้เหมือนเบียร์ขึ้นมาได้ ส่วนชื่อเมนู Boku no Beer Men ผมตั้งขึ้นเพราะอยากให้เด็ก ๆ ที่ยังดื่มเบียร์ไม่ได้สามารถทานได้ จริง ๆ แล้วผมคิดเมนูนี้เพื่อเด็ก ๆ มากกว่าน่ะครับ” คุณอิชิคาว่า ฮิโรยูกิ เจ้าของร้านกล่าว

    นอกจากนี้เขายังได้กล่าวอีกว่า “ความจริงแล้ว เมนูนี้เคยมีวางจำหน่ายอย่างจำกัดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่เป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ จนในปีนี้เสียงตอบรับจากลูกค้าต่างจากที่ผ่านมามาก ถึงจะเขียนไว้ว่าจำหน่ายเพียง 6 ที่ต่อวันก็ตาม ในวันเสาร์-อาทิตย์ก็ขายหมดเกลี้ยงเลยครับ”

    ทางร้านยังพิถีพิถันเรื่องปริมาณฟองสีขาวบนน้ำซุปราเมง โดยให้มีอัตราส่วน 3:7 แบบเดียวกับเหยือกเบียร์ทั่วไปที่ดูแล้วน่าดื่มอีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้เส้นราเมง 140g และน้ำซุป 300ml ซึ่งปริมาณเท่ากับราเมงถ้วยขนาดปกติทั่วไป จึงไม่ต้องกังวลว่าจะได้ทานน้อยไปหรือมากไป อีกทั้งยังสามารถสั่งเบียร์มาทานคู่กันได้อีกด้วย

    ที่มา : news.line.me, nlab.itmedia, tabelog

  • , ,

    Trending

    พามาเก็บองุ่นตามฤดูกาลที่ไร่องุ่นแสนอร่อยอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว

    เมื่อพูดถึงกิจกรรมการเก็บผลไม้ที่ประเทศญี่ปุ่น หลายๆคนก็คงจะนึกถึงการเก็บสตรอเบอร์รี่ซะส่วนใหญ่ใช่ไหมละ?? แต่ที่จริงแล้วผลไม้ที่ประเทศญี่ปุ่นก็จะออกผลผลัดเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาลนะคะ กิจกรรมการเก็บผลไม้ตามไร่ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วยนะคะ อย่างตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเข้าสู่ฤดูร้อน ก็เป็นช่วงของการเก็บองุ่นหวานๆอร่อยๆ เมื่อพูดถึงไร่องุ่น แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็จะนึกว่าต้องไปถึงจังหวัดยามานาชินะคะ แต่คราวนี้เราจะพาไปไร่องุ่นใกล้กรุงโตเกียว นั่งรถไฟไปจากสถานีอิเคะบุคุโระแค่ 30 นาทีเอง เดินทางสะดวกแบบนี้ คนรักผลไม้จะพลาดได้ยังไงละ???

    เก็บองุ่นแสนอร่อยแบบไม่ต้องเดินทางไกล

    ไร่องุ่นที่เราจะมาแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่า “Tokorozawa Grape Garden” (所沢ぶどう園) เป็นไร่องุ่นที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถมากันเป็นกลุ่มด้วยรถบัสขนาดใหญ่ยังได้ ในช่วงหลังๆมานี้ที่นี่เริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทำให้ที่นี่คึกคักทุกวัน เมื่อมาถึงแล้วให้เพื่อนๆจ่ายค่าเข้ากันที่ทางเข้าเลย เมื่อเข้าไปแล้วจะสามารถลองชิมองุ่นก่อนได้นะคะ ให้เพื่อนๆลองชิมองุ่นที่สามารถเก็บได้ในวันนั้นเทียบกันก่อนเลยค่ะ

    การเก็บองุ่นของที่นี่ไม่ใช่แบบทานได้ไม่อั้นนะคะ เพื่อนๆอยากทานแค่ไหนก็เก็บมา แล้วนำไปชั่งน้ำหนัก แล้วจ่ายเงินตามปริมาณจริงเลยค่ะ เพราะถ้าหากเป็นแบบทานไม่อั้นที่ต้องมีการจำกัดเวลาแล้วล่ะก็ ทางไร่ก็กลัวว่าลูกค้าจะต้องรีบทาน ทำให้ไม่สามารถดื่มด่ำไปกับความอร่อยขององุ่นได้อย่างแท้จริงน่ะสิ ให้เพื่อนๆเลือกองุ่นชนิดที่ชอบในปริมาณที่ต้องการทานจริงๆดีกว่านะคะ หลังจากเก็บองุ่นเสร็จแล้วก็สามารถนั่งทานแบบสบายๆได้ในไร่เลยค่ะ ถ้าหากทานหมดแล้วเกิดติดใจอยากทานอีก ก็แค่เดินไปเก็บใหม่แล้วจ่ายเงินเพิ่มแค่นั้นเองจร้า

    ■ ค่าเข้า:ผู้ใหญ่ 200 เยน เด็กประถม 100 เยน เด็กที่ยังไม่เข้าโรงเรียนไม่ต้องเสียค่าเข้า
    ■ วิธีการชำระเงิน:คิดตามปริมาณที่เก็บจริง
    ※มีบริการให้คำแนะนำ, ให้ยืมกรรไกรและตะกร้า, คิดเงินที่เคาน์เตอร์ด้านในไร่

    องุ่นกว่า 10 สายพันธุ์ รวมทั้งองุ่นเคียวโฮแสนอร่อย

    ทีนี้เราไปดูกันดีกว่าว่าองุ่นของที่นี่มีพันธุ์อะไร แล้วแต่ละชนิดราคาเท่าไหร่บ้าง องุ่นที่นี่มีให้เลือกกว่า 10 สายพันธุ์ ฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นจะเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นฤดูขององุ่นแคมป์เบล(องุ่นสีม่วง)และองุ่น Himurotto (ヒムロット)(องุ่นสีเขียวไร้เมล็ด)เป็นต้น ส่วนช่วงตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป จะเป็นช่วงของหนึ่งในพระเอกขององุ่นญี่ปุ่นอย่าง “องุ่นเคียวโฮ” รสหวานอร่อย จุดเด่นขององุ่นเคียวโฮคือเนื้อที่กรอบแน่น ถ้าได้มาลองชิมองุ่นถึงไร่แล้วแนะนำว่าไม่ควรพลาดเลยละค่ะ ความหวานอมเปรี้ยวที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นอะไรที่คนชอบกินองุ่นต้องห้ามพลาดจริงๆ นอกจากนี้ยังมีองุ่นพันธุ์ Pione รสหวาน ไม่มีเมล็ด ที่ลูกใหญ่กว่าองุ่นเคียวโฮเสียอีก สามารถเก็บเกี่ยวได้ช่วงปลายเดือนสิงหาคม~ต้นกันยายน และยังมีพันธุ์อื่นๆให้เลือกอีกด้วย การได้ลองทานองุ่นหลายสายพันธุ์เปรียบเทียบกัน ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่ไร่องุ่นแห่งนี้เลยละ

    สำหรับเรื่องราคานั้นก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่สายพันธุ์นะคะ เริ่มตั้งแต่ 700~1,500 เยน/กก. ถ้าเป็นองุ่นเคียวโฮก็จะอยู่ที่ 1,000~1,300 เยน/กก. ถ้าเป็นพวงใหญ่ๆ 1 พวงก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 500~600 เยนค่ะ โดยปกติแล้ว 1 คนกิน 1 พวงก็จะเริ่มอิ่มแล้วละ ราคาองุ่นของที่นี่ถือว่าคุ้มค่ามากเลยละกับการได้ทานองุ่นอร่อยๆ แถมได้ชมไร่องุ่นพร้อมกับลงมือเก็บองุ่นสดๆทานด้วยตัวเอง ในส่วนของราคาก็จะลดลงได้บ้างตามฤดูกาลนะคะ วันไหนที่องุ่นชนิดไหนเก็บเกี่ยวได้บ้าง ก็ถือเป็นเรื่องน่าลุ้นอีกเรื่องเลยละ

    อร่อยไปพร้อมกับน้ำผลไม้และเบียร์

    หลังจากเก็บองุ่นเสร็จแล้ว ก็สามารถเอามานั่งทานตรงโซนพักผ่อนภายในไร่ได้ มีทีนั่งพร้อมโต๊ะเตรียมไว้ มานั่งทานกันอย่างสนุกสนานได้เลย แถมยังมีชาเตรียมไว้ให้ดื่มฟรีอีกด้วยนะ

    ถึงจะเป็นช่วงหน้าร้อน แต่ภายในไร่ก็เต็มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนั่งทานท่ามกลางแสงแดดเลย แถมยังมีลมพัดเย็นสบายอีกต่างหาก แต่ถ้าใครเป็นคนขี้ร้อนก็แนะนำให้เตรียมผ้าเช็ดเหงื่อ หรือนำเสื้อมาเปลี่ยนก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเคาน์เตอร์ขายน้ำองุ่นและเบียร์ด้วยนะ เห็นว่าน้ำองุ่นของที่นี่อร่อยมากๆเลยละ

    มีองุ่นและผักขายกันสดๆอีกด้วย

    ที่ทางเข้าจะมีเคาน์เตอร์ขายองุ่นและผลิตภัณฑ์ต่างๆจากองุ่น(น้ำองุ่นสูตรเฉพาะของ Tokorozawa Grape Garden,  องุ่นตากแห้ง, แยมองุ่น เป็นต้น)นอกจากองุ่นแล้วก็ยังมีมุมจำหน่ายผักสดๆที่เพิ่งเก็บจากต้นในตอนเช้าวางขายอีกด้วย

    Tokorozawa Grape Garden
    ◆ช่วงเวลาให้บริการ:ต้นเดือนสิงหาคม~กลางเดือนกันยายน(9:00~17:00)
    ◆การเดินทางด้วยรถยนต์ จาก「Tokorozawa IC」ประมาณ 5 นาที
    ◆รถไฟสาย JR Musashino จากสถานี Higashi Tokorozawa เดินประมาณ 25 นาที(จากแท็กซี่ประมาณ 5 นาที)

    ที่มา : guidetravel

  • ,

    สนุกกับความอร่อยแบบสายฟ้าแลบกับ Mcflurry BLACK THUNDER

    เพื่อนๆคนไหนรู้จักขนมช็อกโกแลตยี่ห้อแบล็กธันเดอร์กันบ้างไหมคะ ? ติ๊กตอกๆ …… ถ้าไม่รู้จักก็ไม่เป็นไรค่ะ เรามาทำความรู้จักเจ้าขนมยี่ห้อนี่แบบคร่าวๆกัน !

    แบล็กธันเดอร์ 「ブラックサンダー」เป็นช็อกโกแล็ตแท่งที่ทำจากคุกกี้และช็อกโกแล็ตผสมข้าวพองเคลือบช็อกโกแลต ชื่อภาษาญี่ปุ่น คือ “บุรักคุ ซันด้า” ที่ทับศัพท์ภาษาอังกฤษคำว่า BLACK THUNDER นั่นเองค่ะ โดยมีสโลแกนสุดเก๋ว่า “รสชาติอร่อยแบบสายฟ้าแลบ” จะจริงหรือไม่นั้น ใครยังไม่เคยลอง ต้องไปหามาลองบ้างแล้วละค่ะ

    หน้าตาของขนม BLACK THUNDER (รสออริจินัล)

    เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ ! ว่าด้วยการประกาศสินค้าใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ร้าน McDonald ได้เขียนไว้ว่าตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2017 เป็นต้นไป ทางร้าน McDonald จะปล่อยสินค้าใหม่โซนแมคเฟลอร์รี วางจำหน่ายทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่าง McDonald กับขนมชื่อดัง BLACK THUNDER !?

    ว้าววววว ความอร่อยของขนม BLACK THUNDER กับไอศครีมแมคเฟลอร์รีจะออกมาเป็นรสชาติแบบไหนนะ ?

    แมคเฟอร์รี่ ผสมคุกกี้ช็อกโกแลตจากแบล็คธันเดอร์

    290 เยน (รวมภาษี)

    “แมคเฟอร์รี่แบล็กทันเดอร์” (Mcflurry BLACK THUNDER) เมนูใหม่จาก McDonald ญี่ปุ่น ให้คุณได้ลิ้มรสชาติคุกกี้บิสกิตและช็อกโกแลตแสนอร่อยที่ผสมรวมกันอยู่ในรูปแบบไอศครีม การผสมผสานกันของรสสัมผัสหนานุ่มตามแบบฉบับแมคเฟอร์รี่กับความกรุบกรอบสไตล์แบล็กทันเดอร์มาให้คลายร้อนกันในซัมเมอร์นี้ !

    ปกติก็เป็นคนชอบทานขนมแบล็กทันเดอร์อยู่แล้วนะ พอดูรูปเท่านั้นแหละ อยากจะบินไปญี่ปุ่นเพื่อชิมเจ้านี่ทันที ! หน้าตาน่าทานมากๆเลยล่ะค่ะ ใครมีโอกาสไปญี่ปุ่นช่วงนี้ อย่าลืมแวะทานเผื่อด้วยนะคะ ><

    รายละเอียด
    สินค้า : Mcflurry BLACK THUNDER
    ระยะเวลาที่วางจำหน่าย : 16 สิงหาคม 2017 (วันพุธ) ถึงกลางเดือนกันยายน
    ที่วางจำหน่ายอยู่ : ร้าน McDonald ทั่วประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นบางสาขา)
    เว็บไซต์ทางการ mcdonalds

    ที่มา : macaro-ni
    ผู้เขียน : baiosfalim

  • ,

    ขนลุก! เด็กญี่ปุ่นวัย 12 ปี ทำโปสเตอร์รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนที่ผู้ใหญ่จะต้องผวา

    เป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกทวิตเตอร์ญี่ปุ่น เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ไอดี @bushigao โพสต์ภาพโปสเตอร์รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนซึ่งเป็นการบ้านฤดูร้อนฝีมือน้องชายวัย 12 ปีของเขา ภาพดังกล่าวเป็นภาพพิมพ์ของมือและแขนสีแดงเลือดหมู พร้อมข้อความที่เขียนว่า “ช่วยด้วย” (たすけて – Tasukete) ในภาษาญี่ปุ่น

    ปกติแล้วข้อความบนโปสเตอร์รณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนที่เด็กระดับชั้นประถมและมัธยมต้นมักจะใช้กันก็ได้แก่ “จงรักษากฎ…” “หยุดการฝ่าฝืน…” และ “อันตราย” เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อความที่กล่าวเตือนโดยตรง แต่โปสเตอร์ของน้องชายวัย 12 ปีของคุณ @bushigao เป็นการสื่อข้อความทางอ้อมจากมุมมองของบุคคลที่ประสบอุบัติเหตุแล้ว จึงทำให้โปสเตอร์ดังกล่าวสามารถสื่ออารมณ์ความรุนแรงและความหมายต่อผู้ที่พบเห็นได้ในทันที

    จากทวิตเตอร์ของคุณ @bushigao เขาได้ยกคำพูดของน้องชายเขามาเขียนว่า “มีข้อความมากมายที่เขียนจากมุมมองของคนปกติถึงคนปกติ แต่มีข้อความจากมุมมองของผู้บาดเจ็บส่งถึงคนปกติมีอยู่น้อยมาก ผมเลยอยากเขียนโปสเตอร์เป็นแนวนี้” อย่างไรก็ตาม โปสเตอร์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในทวิตเตอร์ เพราะไม่ใช่เป็นแค่โปสเตอร์เตือนและรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นภาพความน่ากลัวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากประมาทเวลาใช้รถใช้ถนนอีกด้วย

    ที่มา : nlab.itmedia, news.line.me

  • , ,

    “Book Bus” โครงการดีๆเพราะยังมีคนที่ต้องการหนังสืออยู่เสมอ

    “1 วัน 1 ร้าน” นี่คือตัวเลขของร้านหนังสือที่ทยอยปิดตัวลงไปเรื่อยๆในประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นที่มาของ “Book Bus” โปรเจ็คต์ร้านหนังสือแบบเคลื่อนที่ ถือเป็นรถบัสในฝันสำหรับคนที่ชอบหนังสือ ถูกริเริ่มโดย “Value Books” ร้านซื้อขายหนังสือเก่าทางอินเตอร์เน็ต เป็นบริษัทที่รับซื้อและรวบรวมหนังสือจากการบริจาคและนำไปจำหน่าย แต่การทำกิจกรรมแค่ในอินเตอร์เน็ตดูเหมือนจะไม่เพียงพอ และด้วยความเชื่อที่ว่า “อยากทำกิจกรรมเพื่อกลุ่มคนที่หนังสือมีความสำคัญกับพวกเขาจริงๆ”


    ฐานที่มั่นหลังในการทำกิจกรรมคือเมืองอุเอดะ จังหวัดนากาโนะ และจะทดลองส่งต่อหนังสือด้วยรถบัสไปยังทั่วประเทศญี่ปุ่น ถึงการซื้อหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ตจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ความสนุกที่ได้เฟ้นหาหนังสือสักเล่มจากหนังสือที่เรียงรายกันอยู่มากมายนั่นก็คือความรู้สึกที่หาอะไรมาทดแทนร้านหนังสือไม่ได้เหมือนกัน เพราะจำนวนร้านหนังสือที่ลดลงไปเรื่อยๆ นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำกิจกรรมแบบนี้ขึ้นมา โดยรถ Book Bus จะตระเวนไปตามพื้นที่ต่างๆ และมีแผนที่จะบริจาคหนังสือให้กับโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลต่างๆอีกด้วย

    ทีมงานได้ซื้อรถบัสห้องสมุดเคลื่อนที่ที่เคยถูกใช้ที่ห้องสมุดในจังหวัดอิวาเตะมาจากร้านจำหน่ายรถมือสอง และได้นำมาปรับปรุงใหม่ แต่การจะทำให้รถเก่าสามารถแล่นไปได้ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นอะไรที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

    ดังนั้นทางกลุ่มจึงได้ทำการระดมเงินตั้งต้นจากเว็บไซต์ Crowdfunding ที่ชื่อว่า Campfire ในการระดมทุน ซึ่งในตอนนี้ก็สามารถรวบรวมเงินได้ครบแล้ว


    สำหรับผู้ร่วมบริจาคจะได้รับเซ็ตของที่ระลึกผลงานภาพวาดของศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังอย่าง Ayano Usamura(กระเป๋าผ้า, โปสการ์ด, มาสกิ้งเทป) และถุงโชคดีที่ด้านในเป็นหนังสือ นอกจากนี้ก็ยังมีการเตรียมของที่ระลึกนานาชนิดไว้เป็นที่ตอบแทนอีกด้วย

    รถ Book Bus จะดำเนินกิจกรรมต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกลุ่มคนที่ยังเห็นความสำคัญ และหนังสือมีความจำเป็นต่อพวกเขาจริงๆ เห็นโครงการดีๆอย่างนี้แล้วชื่นใจจริงๆ ANNGLE ก็ขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับโปรเจ็คต์ดีๆแบบนี้ด้วยนะคะ

    ที่มา : tabilabo, camp-fire